สื่อการสอนล่าสุด :


การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม

 การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม การช่วยเหลือในชั้นเรียนจะมีความหลากหลาย และควรเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการจำเป็นเฉพาะของนักเรียน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวทางในการจัด หรือปรับการช่วยเหลือในชั้นเรียนที่เคยปฏิบัติแล้วและได้ผลดี สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นอาจมีความยากลำบากในการที่จะเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถทำได้ ดังนั้นครูควรส่งเสริม หรือกระตุ้นให้นักเรียนพึ่งพาตนเองให้บ่อยและมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดกับการเรียนรู้ที่จะไม่ช่วยเหลือตนเอง (Learned Helplessness) โดยครูใช้การกระตุ้นให้นักเรียนเดินไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องเรียนด้วยตนเอง และกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบของห้องเรียน และให้สมาชิกทุกคนในห้องเรียนช่วยกันจัดและรักษาตำแหน่งของโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องเรียนให้อยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ต้องคอยดูให้ประตูเก็บของปิดอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนเก้าอี้เข้าไปอยู่ในโต๊ะถ้าไม่ได้ใช้ ไม่เปิดประตูค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถเดินไปยังที่ต่างๆ ของห้องเรียนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ครูจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากครูผู้สอนการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility) ในการจัดชั้นเรียนที่ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และช่วยให้นักเรียนคุ้นเคยกับห้องเรียน ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นพึงพาตนเองได้ คือ การเรียนรู้ว่าเมื่อไรควรที่จะขอความช่วยเหลือ ในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นไปไม่ได้ที่กิจกรรมการเรียนรู้ทุกกิจกรรมที่ครูออกแบบมาจะมีความเหมาะสมกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมให้ กุญแจความสำเร็จ คือ การออกแบบแผนการเรียนรู้ต้องช่วยให้นักเรียนมีโอกาสลงมือทำได้อย่างอิสระอย่างเต็มที่ การปรับสภาพแวดล้อมห้องเรียน เพื่อให้เป็นห้องเรียนที่เอื้อต่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก สิ่งหนึ่งที่ครูสามารถทำได้ คือ ต้องทราบระดับการเห็นของนักเรียน นักเรียนทำงาน หรือมีรูปแบบเรียนรู้อย่างไร ตัวอย่าง […]

อ่านเพิ่มเติม


การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม

 การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม การช่วยเหลือในชั้นเรียนจะมีความหลากหลาย และควรเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการจำเป็นเฉพาะของนักเรียน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวทางในการจัด หรือปรับการช่วยเหลือในชั้นเรียนที่เคยปฏิบัติแล้วและได้ผลดี สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นอาจมีความยากลำบากในการที่จะเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถทำได้ ดังนั้นครูควรส่งเสริม หรือกระตุ้นให้นักเรียนพึ่งพาตนเองให้บ่อยและมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดกับการเรียนรู้ที่จะไม่ช่วยเหลือตนเอง (Learned Helplessness) โดยครูใช้การกระตุ้นให้นักเรียนเดินไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องเรียนด้วยตนเอง และกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบของห้องเรียน และให้สมาชิกทุกคนในห้องเรียนช่วยกันจัดและรักษาตำแหน่งของโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องเรียนให้อยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ต้องคอยดูให้ประตูเก็บของปิดอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนเก้าอี้เข้าไปอยู่ในโต๊ะถ้าไม่ได้ใช้ ไม่เปิดประตูค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถเดินไปยังที่ต่างๆ ของห้องเรียนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ครูจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากครูผู้สอนการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility) ในการจัดชั้นเรียนที่ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และช่วยให้นักเรียนคุ้นเคยกับห้องเรียน ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นพึงพาตนเองได้ คือ การเรียนรู้ว่าเมื่อไรควรที่จะขอความช่วยเหลือ ในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นไปไม่ได้ที่กิจกรรมการเรียนรู้ทุกกิจกรรมที่ครูออกแบบมาจะมีความเหมาะสมกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมให้ กุญแจความสำเร็จ คือ การออกแบบแผนการเรียนรู้ต้องช่วยให้นักเรียนมีโอกาสลงมือทำได้อย่างอิสระอย่างเต็มที่ การปรับสภาพแวดล้อมห้องเรียน เพื่อให้เป็นห้องเรียนที่เอื้อต่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก สิ่งหนึ่งที่ครูสามารถทำได้ คือ ต้องทราบระดับการเห็นของนักเรียน นักเรียนทำงาน หรือมีรูปแบบเรียนรู้อย่างไร ตัวอย่าง […]

อ่านเพิ่มเติม


ลักษณะการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม

ลักษณะการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมควรมีลักษณะ ดังนี้ มีปรัชญาที่ชัดเจนในการปรับให้เหมาะกับความแตกต่างของเด็ก ยอมรับว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีสิทธิเช่นเดียวกับเด็กทั่วไปในชุมชน ท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษาต้องให้ความสำคัญในการสนับสนุนเพื่อให้เป็นไปตามปรัชญานี้ การมีการสื่อสารสร้างความรู้ ความเข้าใจการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม แก่ผู้เกี่ยวข้อง ต้องสื่อสารนโยบายนี้ไปยังพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษและผู้เกี่ยวข้อง มีกระบวนการตรวจสอบติดตามผลที่เกิดขึ้นจากนโยบายและการปฏิบัติทุก ๆ ด้านที่เป็นผลกระทบต่อการตัดสินใจในการจัดการโรงเรียน หลักสูตร สถานที่ เวลา และทรัพยากรบุคคล มีทีมงานรับผิดชอบการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในคณะทำงาน มีการกำหนดครูให้เป็นผู้รับผิดชอบที่จะทำให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีความสุข ครูเหล่านี้ควรพัฒนาการสอนและประเมินการสอนโดยความร่วมมือจากครูทั่วไป และคณะทำงานที่สนับสนุน มีระบบการติดต่อประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างโรงเรียนเครือข่ายเพื่อพัฒนาเด็ก มีการคัดแยกนักเรียนเพื่อที่จะทราบว่ามีเด็กที่มีความต้องการพิเศษประเภทใดบ้าง เพื่อจะได้จัดการศึกษาได้เหมาะสม มีการจัดเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เข้าชั้นเรียนอย่างเหมาะสม โรงเรียนควรจัดให้มีจำนวนเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างเหมาะสมกับชั้นเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้กระจายไปยังชั้นเรียนต่าง ๆ ในโรงเรียน มีสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของเด็ก มีการกำหนดหน้าที่และเครือข่ายระหว่างคณะทำงานต่าง ๆ กับคณะทำงานสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Student Assistance Team : SAT) อย่างชัดเจน การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมต้องเป็น “โรงเรียนที่มีคุณภาพ” โดยมีลักษณะดังนี้ บรรยากาศของโรงเรียนที่สร้างสรรค์ ได้แก่ มีความปลอดภัย มีระเบียบ วินัยและมีสิ่งแวดล้อมที่มี วัตถุประสงค์เพื่อให้การเรียนการสอนของครูและนักเรียนเกิดความมั่นใจร่วมกันในความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียน ภารกิจที่ชัดเจน ได้แก่ […]

อ่านเพิ่มเติม