ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

DSC04188

ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยทั่วไปสามารถสังเกตได้ ดังนี้  (ผดุง อารยะวิญญู, 2542),  เกยูร วงศ์ก้อม,2548 : 29)

  1. การพูด บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอาจจะมีปัญหาในการพูด เช่น พูดได้น้อย หรือพูดไม่ชัด ต้องใช้ภาษาท่าทางหรือภาษามือในการสนทนาหรือถ่ายทอดข้อมูล ความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สูญเสียการได้ยิน เช่น หากบุคคลสูญเสียการได้ยินตั้งแต่กําเนิดอาจจะมีปัญหาในการพูดมากกว่าบุคคลที่สูญเสียการได้ยินภายหลัง หลังจากมีภาษาพูดแล้ว และได้รับการสอนพูดตังแต่เด็กหรือไม่
  2. การใช้ภาษา บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอาจจะมีปัญหาในการใช้ภาษา กล่าวคือ ใช้ภาษาค่อนข้างจํากัดและไม่ถูกหลักไวยากรณ์ภาษาไทย รู้คําศัพท์ต่าง ๆ ในวงจํากัด ไม่สามารถนําคําศัพท์ไปใช้ในประโยคได้อย่างหลากหลาย มีการสลับคําศัพท์ในประโยคหรือข้อความที่ส่งผลให้การเขียนบกพร่องด้วย เช่น  “เหตุหมาย” หรือ “กระเพาะ” เป็น “กระเฉพาะ”
  3. ความสามารถทางสติปัญญา ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน อาจคิดว่าเด็กประเภทนี้เป็นเด็กที่มีสติปัญญาต่ำ ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น หากเราสามาถสื่อสารกับเด็กเหล่านี้ได้อย่างเป็นอย่างดีแล้ว อาจเห็นว่าเขาเป็นคนฉลาดก็ได้ ความจริงแล้วระดับสติปัญญาของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จากรายงานเป็นจำนวนมากพบว่า มีการกระจายคล้ายเด็กปกติ บางคนอาจโง่ บางคนอาจฉลาด บางคนฉลาดถึงขั้นอัจฉริยะก็มี จึงสรุปได้ว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินไม่ใช้เด็กโง่ทุกคน
  4. การปรับตัว บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอาจมีปัญหาในการปรับตัว สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการสื่อสารจากผู้อื่น หากเด็กสามารถสื่อสารได้ดี ปัญหาทางอารมณ์อาจลดลง ทำให้เด็กสามารถปรับตัวได้ แต่ถ้าเด็กไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้เข้าใจ เด็กอาจเกิดความคับข้องใจ และส่งผลต่อพฤติกรรมที่แสดงออกมา เช่น ก้าวร้าว หงุดหงิด ทำลายสิ่งของ เด็กที่ฉลาดอาจปรับตัวได้ดี ส่วนเด็กที่ไม่ฉลาดอาจมีปัญหาในการปรับตัว
  5. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน บุคคลทีมีความบกพร่องทางการได้ยิน ส่วนใหญ่จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ทังนี้เนื่องจากความบกพร่องในการฟังทําให้มีทักษะทางภาษาจํากัด และวิธีการสอน การวัดผลของครูทีไม่เหมาะสม
  1. ลักษณะอื่นๆ ได้แก่
  • เสียงพูดแปลก อาจเป็นเสียงต่ำ หรือแหบผิดปกติ บางคนอาจเสียงใหญ่
  • ไม่สามารถปฏิบัติตามคําสั่งได้
  • เด็กที่สูญเสียการได้ยินเล็กน้อย อาจพอพูดได้บ้าง แต่ไม่ชัด
  • ไม่ค่อยเข้าใจคำพูด
  • เวลาสนทนามักจ้องมองปากและจ้องหน้าคู่สนทนา
  • ชอบทำสีหน้า ท่าทาง เพราะไม่สามารถบอกโดยการพูดได้
  • เลียนแบบ ท่าทางคน สัตว์ สิ่งของได้ดี
  • คนหูหนวกจะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงดังใกล้ตัว เช่น เสียงฟ้าร้อง เสียงแตรรถ เสียงระเบิด เสียงปืน พลุ เป็นต้น
  • มีความรู้สึกไวต่อการสัมผัสและการเคลื่อนไหวรอบตัว
  • เรียนรู้ทุกเรื่องราวผ่านทางสายตาและการสังเกต
  • จะเรียนรู้ สังเกตและจดจำเป็นภาพหรือรูปธรรม รายละเอียดสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ผ่านทางสายตาได้ดี
  • บางคนมีระดับสติปัญญาเทียบเท่าเด็กปกติทั่วไป สามารถเรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี โดยการใช้ภาษามือในการสื่อสารและอ่านริมฝีปาก
  • บางคนอาจมีปัญหาในการเข้าสังคมหรือมีพัฒนาการทางสังคมที่ช้า
  • ไม่มีความมั่นใจในตนเองซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว และการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม
  • พูดไม่ชัด บางคนพูดไม่ได้เลย ต้องใช้สีหน้าท่าทาง ภาษามือในการสื่อสารและมักหลีกเลี่ยงการสนทนากับผู้อื่น
  • มีปัญหาเกี่ยวกับพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารเนื่องจากมีปัญหาด้านการฟังตั้งแต่กำเนิด
  • เด็กหูตึงจะใส่เครื่องช่วยฟัง
  • เด็กหูหนวกจะไม่สามารถรับรู้ข้อมูลผ่านทางการได้ยินไม่ว่าจะใส่เครื่องช่วยฟังหรือไม่ก็ตาม จำเป็นต้องมีล่ามภาษามือช่วยในการแปลข้อมูลต่าง ๆ

นอกจากนี้ความบกพร่องทางการได้ยินยังทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ หลายด้าน เช่น ปัญหาด้านภาษา อารมณ์ ครอบครัว สังคม และเรื่องแสงสว่าง ดังนี้ (http://krusk13.blogspot.com/2010/11/blog-post.html)

  • ปัญหาด้านภาษา ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก เกิดจากการขาดการสื่อสารด้านการพูด พูดไม่ชัด พูดเสียงเพี้ยนทำให้ผู้ฟังฟังไม่เข้าใจ ใช้ภาษาไม่ถูกหลักไวยากรณ์ ซึ่งยากลำบากในการสื่อสารกับบุคคลทั่วไป เขียนประโยคสลับที่คำ ไม่สามารถนำคำศัพท์ไปใช้ในประโยคได้อย่างหลากหลาย มักสะกดคำผิดหากมีตัวอักษรที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน รู้คำศัพท์ในวงจำกัดส่งผลให้การเขียนบกพร่อง ต้องใช้ภาษามือแทนภาษาพูด ดังนั้นบุคคลใกล้ชิด ควรเรียนรู้ภาษามือตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่ามีสมาชิกในครอบครัวเป็นผู้พิการทางการได้ยินพร้อมกับฝึกพูด ฝึกดูริมฝีปาก ฝึกฟัง ให้กับเด็กในเวลาเดียวกันตามศักยภาพของเด็กแต่ละคนเพื่อให้เด็กมีพัฒนาการทางภาษาและการรับรู้ได้เช่นเดียวกับเด็กปกติทั่วไป
  • ปัญหาด้านอารมณ์ เกิดจากปัญหาการสื่อสารกันเป็นไปด้วยความยากลำบาก สื่อสารไม่เข้าใจทำให้เด็กเกิดความคับข้องใจและแสดงออกทางอารมณ์ได้ เช่น โกรธง่าย เอาแต่ใจตัวเอง ขี้ระแวง ขาดความรับผิดชอบ ไม่มีความอดทนต่อการทำงาน เป็นต้น
  • ปัญหาด้านครอบครัว ครอบครัวไม่ยอมรับ เด็กขาดความรัก ความเข้าใจ มีความทุกข์ใจ น้อยเนื้อต่ำใจ ขาดความอบอุ่นทางใจ  ย่อมก่อให้เกิดปัญหาฝังรากลึกทางจิตใจของเด็กมาก เพราะจะระบายกับใครก็ยากลำบาก เด็กไม่อยากอยู่บ้าน อยากหนีออกจากบ้านเพื่อไปพบปะพุดคุยกับเพื่อนที่มีความบกพร่องทางการได้ยินและสื่อสารด้วยด้วยภาษามือเหมือนกัน
  • ปัญหาด้านสังคม หากอยู่ในสังคมที่ไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับ อาจถูกล้อเลียน กลั่นแกล้ง บางครั้งอาจตกเป็นเครื่องมือของพวกมิจฉาชีพหวังผลประโยชน์ กลายเป็นอาชญากร บางคนถูกล่อลวงให้ค้าประวณี ค้ายาเสพติด ติดโรคร้ายแรง เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
  • ปัญหาเรื่องสว่าง ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจะใช้สายตาเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ แทนการฟังเสียง ความมืดหรือขาดแสงสว่าง แสงสว่างไม่เพียงพอ เป็นอุปสรรคในการสื่อความหมายให้เข้าใจ

ดังนั้นบุคคลใกล้ชิด ครูผู้สอน นายจ้าง สถานประกอบการและบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องควรเข้าใจ เอาใจใส่ อำนวยความสะดวก ดูแลผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินถึงปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือแก้ไขได้ถูกทางเพื่อให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินมีความภาคภูมิใจในตนเอง สามารถประกอบอาชีพพึ่งพาตนเอง เลี้ยงดูครอบครัวตนเองได้ เป็นคนดีของสังคม และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

บรรณานุกรม

เกยูร วงศ์ก้อม. (2548). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. กรุงเทพฯ:  เพทายการพิมพ์.

เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน. (2553).  (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : (http://krusk13.blogspot.com/2010/11/blog-post.html).  (วันที่ค้นข้อมูล : 25 สิงหาคม 2560).

ผดุง อารยะวิญญู.  (2542).  การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (พิมพ์ครั้งที่ 2).  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แว่นแก้ว.

 

Leave a Reply