สาเหตุของความบกพร่องทางการเห็น

สาเหตุของความบกพร่องทางการเห็น

ในระดับสากล พบว่า สาเหตุที่ทำให้บุคคลตาบอดมากที่สุด คือ ต้อกระจก ร้อยละ 50  ต้อหิน ร้อยละ 16 จอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (age-related macular degeneration, AMD) ร้อยละ 9 แผลเป็นที่กระจกตา ร้อยละ 10  และเบาหวาน ร้อยละ 6  โดยมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงอาจจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ

  1. กลุ่มประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและมีบริการสุขภาพดี ในกลุ่มนี้จะมีความชุกของคนตาบอด ร้อยละ 0.1-0.4 สาเหตุของตาบอดส่วนใหญ่เป็นจาก จอประสาทตาเสื่อมตามวัย (Age-related macular degeneration) ต้อหิน เบาหวานเข้าจอประสาทตา โรคที่เป็นแต่กำเนิดและโรคทางกรรมพันธุ์ ซึ่งโรคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรายังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องการเกิดโรคได้ดีนัก สามารถป้องกันได้แค่ประมาณ  ร้อยละ 20 และมักจะเป็นกับส่วนหลังของลูกตา ซึ่งการรักษาค่อนข้างยุ่งยาก
  2. ประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและบริการสุขภาพไม่เพียงพอ จะมีความชุกของคนตาบอดถึง  ร้อยละ 0.5-1.5 สาเหตุส่วนใหญ่เป็นจาก โรคต้อกระจก ต้อหิน แผลกระจกตา พยาธิในตาและ ภาวะการขาดวิตามินเอ ซึ่งส่วนใหญ่โรคในกลุ่มนี้สามารถป้องกันได้ถึงประมาณกว่าร้อยละ 80 และมักจะเป็นกับส่วนหน้าของลูกตาซึ่งการรักษาไม่ยุ่งยาก

สำหรับในประเทศไทย จากการประมวลผลฐานข้อมูลทะเบียนกลางคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในวันที่ 1 สิงหาคม ปี 2560 พบว่า มีคนตาบอดรวมทั้งสิ้น 189,160 คน จากรายงานในบทความ “แนวคิดด้านจักษุสาธารณสุขของนายแพทย์ กิติกุล  ลีละวงศ์ (2017) พบว่า สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้บุคคลตาบอดเกิดจากต้อกระจก ร้อยละ 52  รองมาเป็นต้อหิน ร้อยละ 10  และสายตาเสื่อมตามวัย ร้อยละ 7  ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเทียบกับการสำรวจในปี 2537 จะพบว่า ถึงแม้อัตราคนตาบอดจะมากขึ้น (จากร้อยละ 0.31มาเป็นร้อยละ 0.59) แต่สัดส่วนของตาบอดจากต้อกระจกกลับลดลงเป็นอย่างมาก น่าจะแสดงว่าประเทศเรามีการให้บริการรักษาโรคต้อกระจกได้มากขึ้น แบบแผนของการเกิดโรคมีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นแบบของประเทศพัฒนาแล้ว

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดในเด็กที่เป็นปัญหาทั่วโลกโดยเฉพาะในประเทศที่ยังไม่พัฒนา คือ ขาดวิตามินเอ ภาวะนี้จะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เด็กที่ขาดวิตามินเอติดเชื้อได้ง่าย และอาจถึงกับเสียชีวิตได้ สำหรับผลกระทบด้านดวงตา จะมีผลให้เยื่อบุตาแห้ง อาจเกิดแผลที่กระจกตาตามมา ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลงอย่างมาก สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะตาบอดในเด็ก ได้แก่ โรคที่เป็นแต่กำเนิด เช่น ต้อหิน ต้อกระจก โรคมะเร็งของประสาทตา รวมถึงกรณีที่มารดาเป็นเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาบางชนิดระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เส้นประสาทตาเจริญผิดปกติ ประสาทตาฝ่อได้ หากจะกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้เด็กเล็กโดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 1ปี สูญเสียการมองเห็น อาจแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  1. โรคหรือความผิดปกติภายในลูกตา

อาจสังเกตได้ว่าเด็กมีภาวะตาสั่น กระตุกเป็นจังหวะร่วมด้วย ตัวอย่างสาเหตุที่พบ ได้แก่ ภาวะสายตาสั้นหรือสายตายาวมากผิดปกติ ที่ไม่ได้รับการแก้ไขในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งภาวะนี้อาจเกิดเดี่ยว ๆ หรือเกิดร่วมในกลุ่มอาการต่าง ๆ ได้ ส่วนสาเหตุอื่น ๆ ได้แก่ โรคต้อกระจกแต่กำเนิด ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อขณะอยู่ในครรภ์มารดา หรือเป็นโรคทางกรรมพันธุ์ โรคต้อหินแต่กำเนิด ความผิดปกติของกระจกตาทำให้กระจกตาขุนขาวบังการมองเห็น ภาวะประสาทตาฝ่อ โรคผิวเผือกซึ่งมีความผิดปกติของจอประสาทตาส่วนที่เป็นศูนย์กลางการมองเห็นร่วมด้วย โรคจอประสาทตาเสื่อม และโรคโรคที่สำคัญมากสำหรับเด็กที่คลอดก่อนกำหนด คือ ความผิดปกติของจอประสาทตาเนื่องจากการได้รับออกซิเจนหลังคลอด

  1. โรคหรือความผิดปกติในสมอง
    เด็กจะสูญเสียการมองเห็น ซึ่งอาจเกิดจากการที่สมองขาดเลือดหรือขาดออกซิเจนสมองได้รับความกระทบกระเทือน การติดเชื้อ หรือความผิดปกติแต่กำเนิดภายในเนื้อสมอง เป็นต้น ซึ่งเด็กที่มีความผิดปกติเช่นนี้มักไม่มีภาวะตาสั่นกระตุก และการตรวจภายในลูกตาจะไม่พบความผิดปกติใด ๆ

 http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=53

http://www.projectidealonline.org/v/visual-impairments/

Leave a Reply