กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)

กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies) 

            กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies) เป็นเครื่องมือช่วยในการสื่อสารสำหรับเด็กที่มีปัญหา  ด้านการสื่อสาร หรือที่เรียกว่า “ความล้มเหลวของการสื่อสาร (communication breakdowns)” ซึ่งความล้มเหลวนี้จะก่อให้เกิดปัญหาการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ปัญหาการศึกษาและปัญหาพฤติกรรมตามมา เครื่องมือนี้จะช่วยพัฒนาความเข้าใจและการแสดงออกในการสื่อสาร ช่วยสร้างวิธีการคิดการจำข้อมูลอย่างเป็นระบบลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อันเนื่องมาจากเด็กพิการจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจจากสิ่งที่เห็นได้มากกว่าสิ่งที่ได้ยิน ภาพหรือสัญลักษณ์ที่เด็กเห็นจะทำให้เด็กสามารถจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการได้ยิน  (อลิสา สุวรรณรัตน์ ,  ๒๕๕๖)  สำหรับเด็กออทิสติกนั้น จะช่วยในเรื่องของการสื่อสารระหว่างเด็กออทิสติกกับคนในครอบครัว บอกความต้องการและรับรู้สิ่งที่คนอื่นต้องการสื่อสารช่วยลดความคับข้อใจและลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาที่มาจากความยากลำบากในการสื่อสาร อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสื่อสารที่เหมาะสมด้วย และลดความกังวลเมื่อเจอกับการเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรประจำวันหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ช่วยทำให้เด็กออทิสติกสามารถจดจ่อกับรายละเอียดที่สำคัญและช่วยให้ผ่านพ้นกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ (Whitney Loring,  ๒๐๑๗)

โดยรูปแบบของ กลวิธีการรับรู้ผ่านการมองนั้น จะใช้สิ่งของที่เป็นสิ่งของ รูปภาพ สัญลักษณ์ นำมาจัดทำเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้เด็กออทิสติกสามารถที่จะมองเห็นและปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบ หรือแสดงให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลง (สมพร  หวานเสร็จ,  ๒๕๕๒ ; อลิษา  สุวรรณรัตน์,  ๒๕๕๖) โดยมีรายละเอียดคือ

๑. ตารางเวลาและกิจกรรม  (Schedule)

ตารางเวลาและกิจกรรม เป็นการแสดงข้อมูลในตารางด้วยภาพหรือตัวอักษร เพื่อช่วยให้เด็กสามารถรู้ล่วงหน้าว่า จะต้องทำกิจกรรมใดบ้างในหนึ่งวัน เช่น กิจวัตรที่จะต้องปฏิบัติในตอน บอกเวลาที่เปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปกิจกรรมหนึ่ง เช่น ติดเวลาไว้หน้ากิจกรรมทุกกิจกรรม เพื่อให้เด็กรู้ว่ากิจกรรมนั้น ๆ ปฏิบัติในช่วงเวลาใด และเริ่มต้นกิจกรรมใหม่ในเวลาใด เป็นต้น โดยให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการใช้ตารางเมื่อกิจกรรมใดปฏิบัติเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ดึงภาพกิจกรรมนั้น ออกไปใส่ใน “กล่องทำงานเสร็จ” หรือพลิกภาพนั้นปิด หรือนำกระดาษมาปิด หรือใช้กากบาททับ บุคคลออทิสติกบางคนจะรู้สกกังวลเมื่อเห็นรูปภาพกิจกรรมที่มากเกินไป จึงควรแบ่งเป็นกิจกรรมย่อยๆ

ตารางเวลาและกิจกรรม

ตารางเวลาและกิจกรรม

                                                                                           ตารางเวลาและกิจกรรม (ที่มา  : สมพร หวานเสร็จ, ๒๕๕๒)

๒. การแสดงขั้นตอนของกิจกรรม (Task Organizer)

วิธีการแสดงขั้นตอนของกิจกรรมโดยใช้ภาพหรือสัญลักษณ์ที่บอก ขั้นตอนของกิจกรรมย่อย เช่น ขั้นตอนการแปรงฟัน ขั้นตอนการล้างจาน ขั้นตอนการเข้าห้องน้ำ เป็นต้น ซึ่งการแบ่งงานจะทำให้ทราบขั้นตอนของกิจกรรมที่จะทำ แสดงให้เด็กเห็นและสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้ด้วยตนเอง

taskorganizer

การแสดงขั้นตอนของกิจกรรม (Task Organizer)

การแสดงขั้นตอนของกิจกรรม  (ที่มา : http://www.lifamilies.com/chat/topic-who-wants-some-visual-strategies-535708-1.html)

 

๓. เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการพฤติกรรม (Management Tools)

เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการพฤติกรรมจะบอกข้อมูล คำสั่ง กฎกติกาในห้องเรียนหรือที่บ้าน บอกข้อห้ามหรือห้ามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้น เช่น ในเวลาเรียน ครูติดภาพนักเรียนนั่งเรียนคู่กับภาพนักเรียนเล่นของเล่น โดยภาพเล่นของเล่นจะกากบาทไว้ นั่นหมายถึงให้เด็กนั่ง เรียนห้ามเล่นของเล่น เป็นต้น ใชในการเตรียมความพร้อมในการแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม สร้างความตระหนักความเข้าใจในเรื่องของบทบาททางสังคมของบุคคลและสามารถปฏิบัติตนตามบทบาทที่ควรจะเป็นอย่างเหมาะสม

managementtool

เครื่องมือการจัดการ(Management Tools)

                                          เครื่องมือที่ใช้ในการจัดการพฤติกรรม (ที่มา http://www.classinc.net/visual_supports.php)

 ๔. ระบบงาน (Work System)

รูปแบบของระบบงาน จะเป็นการวางลำดับของงานที่จะให้เด็กต้องทำอย่างเป็นระบบ  โดยระบบงานจะต้องแสดงให้เห็นว่าเด็กจะต้องทำอะไร  มากน้อยแค่ไหน ทำเสร็จเมื่อไร และทำอะไรต่อ โดยระบบงานจะจัดวางจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง เมื่อเสร็จแล้วนำใส่กล่องเสร็จงาน จนกระทั่งครบทุกชิ้นงาน และทุกชิ้นงานจะอยู่ในกล่องเสร็จงาน

worksystem

ระบบงาน (Work System)

                                 ภาพแสดงการใช้ระบบงาน (ที่มา : https://www.pinterest.com/katherinemlang/task-boxes/?lp=true)

 

๕. เครื่องมือการเปลี่ยนกิจกรรม (Transition Helper)

เด็กบางรายจะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง หรือ แสดงพฤติกรรมไม่ยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง อาจเนื่องมาจากไม่ชอบหรือบางรายไม่รู้ว่ากิจกรรมที่เปลี่ยนต่อไป คืออะไรจึงเกิดอาการกลัว ในกรณีนี้เราควรให้ข้อมูลให้เด็กเห็นเพื่อให้เด็กเข้าใจว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นและเรียนรู้ที่จะยอมรับ การเปลี่ยนแปลง

transition

เครื่องมือการเปลี่ยนกิจกรรม(Transition Helper)

ภาพแสดงการใช้เครื่องมือการเปลี่ยนกิจกรรม (ที่มา : http://vkc.mc.vanderbilt.edu/asdbloodwork/parent/firstthen.php )

๖. กระดานตัวเลือกและรายการ (Choice board and Menu)

กระดานตัวเลือกและรายการสามารถใช้สำหรับให้เด็กการตัดสินใจ รู้จักการ เลือกด้วยตนเอง  ทําให ้เด็กเรียนรู้การบอกความต ้องการ เข้าใจวิธีการส่ือสารเพื่อบอกความต ้องการแก่บุคคลอื่นและรู้จักเลือกสิ่งที่ต้องการ มีส่วนร่วมในการทํากิจกรรม เรียนรู้การตัดสินใจและยอมรับการตัดสินใจของตนเอง  เช่น ในมื้อ อาหารเช้าติดภาพข้าวต้ม เบอเกอร์ นม ข้าวผัด ให้เด็กเลือกว่าจะรับประทานอะไร เป็นต้น

choiceboard

กระดานตัวเลือกและรายการ (Choice board)

                                                                         กระดานตัวเลือกและรายการ  (ที่มา  : สมพร หวานเสร็จ, ๒๕๕๒)

 

๗. ปฏิทิน (Calendar)

ปฏิทิน เป็นการใช้สัญลักษณ์ที่ปฏิทิน หรือจดบันทึก เพื่อบอกเหตุการณ์ที่ กำลังจะเกิดขึ้น หรือแจ้งเหตุการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้า จะทำให้เด็กได้ปรับตัว มีความมั่นใจในตัวเอง และเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหรือมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น วันที่ ๑ ปกติต้องไปโรงเรียนแต่ ติดรูปโรงพยาบาล แสดงว่า วันที่ ๑  ไม่ต้องไปโรงเรียนแต่ไปโรงพยาบาลแทน

calendar

ปฏิทิน (Calendar)

                                                                               ปฏิทิน  (ที่มา  : สมพร หวานเสร็จ, ๒๕๕๒)

 

แหล่งอ้างอิง

สมพร หวานเสร็จ (๒๕๕๒).การพัฒนาศกยภาพบุคคลออทิสติกโดยใช้สื่อสนับสนุนการเรียนรู้ผ่านการมอง.

ขอนแก่น : คลังนานาวิทยา.

อลิสา สุวรรณรัตน์. (๒๕๕๖)  เอกสารประกอบการอบรมกลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง . กรุงเทพฯ : ศูนย์อิเล็กทรอนิกส์และ

คอมพิวเตอร์แห่งชาติ

Whitney Loring.  (2017)  Visual Supports and Autism Spectrum Disorders. Retrieved from

https://www.autismspeaks.org/docs/sciencedocs/atn/visual_supports.pdf.

 

Leave a Reply