ประสาทหูเทียม

ระสาทหูเทียม หรือ Cochlear Implant 

cochler 2

เป็นอุปกรณ์เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นที่ปลายประสาทการได้ยินโดยตรง และส่งต่อไปยังสมองให้รับรู้เสียง ประสาทหูเทียมประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วน คือ เครื่องรับสัญญาณที่ฝังในกระดูกหลังใบหูและอิเล็กโทรดที่สอดไว้ในกระดูกก้นหอย (Cochlea) และเครื่องแปลงสัญญาณ (Sound Processor) แขวนหลังใบหู

ประสาทหูเทียมแตกต่างจากเครื่องช่วยฟังอย่างไร

เครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์ช่วยขยายเสียงให้มีความดังมากพอที่จะกระตุ้นเซลล์รับเสียงในหูชั้นในให้ส่งสัญญาณประสาทไปตามเส้นประสาทของผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินเล็กน้อยถึงปานกลางที่ยังมีเซลล์ขนรับเสียงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ประสาทหูเทียมจะเข้าไปทำหน้าที่ทดแทนส่วนของเซลล์ขนรับเสียงที่ถูกทำลาย และส่งสัญญาณไฟฟ้าที่แปลงได้ไปตามเส้นประสาทการได้ยินทำให้สามารถได้ยินเสียง    การได้ยินด้วยประสาทหูเทียม ได้รับการออกแบบมา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง ที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการใช้เครื่องช่วยฟัง

ประโยชน์ที่ได้รับจากประสาทหูเทียม

แบ่งผู้ใช้ออกเป็น 2 กลุ่ม

1 กลุ่มเด็กที่สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิด ประสาทหูเทียมจะช่วยให้สามารถได้ยินเสียงมีทักษะในการโต้ตอบสื่อความหมาย เกิดการพัฒนาภาษา สื่อสารด้วยภาษาพูดได้ เรียนร่วมในโรงเรียนปกติ มีโอกาสทางการศึกษา พึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นและอยู่ในสังคมได้อย่างคนทั่วไป

2 กลุ่มเด็กโตและผู้ใหญ่ที่มีภาษามาก่อนและสูญเสียการได้ยินภายหลัง ภาษาจะค่อยๆ หายไป เมื่อใส่ประสาทหูเทียมจะช่วยให้ภาษาฟื้นกลับมา แยกแยะเสียงพูดได้ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ พึ่งพาตนเองได้

ผู้ที่เหมาะสมกับการผ่าตัดประสาทหูเทียม

ผู้ใหญ่ หูหนวกทั้ง 2 ข้าง สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิดใส่เครื่องช่วยฟัง ใช้ภาษาพูดและต่อมาสูญเสียการได้ยินมากขึ้น ไม่ได้รับประโยชน์จากเครื่องช่วยฟัง ต้องการใช้ภาษาพูด

เด็ก หูหนวกแต่กำเนิดทั้ง 2 ข้าง อายุแรกเกิด-5 ปีที่ไม่พัฒนาทักษะการฟัง ภาษาและการพูด หรืออายุ 5 ปีแต่ยังจำแนกคำพูดได้น้อยกว่า 50%

ความรู้เรื่องการผ่าตัดประสาทหูเทียม   มีการประเมินก่อนการผ่าตัด  มีขั้นตอนการประเมิน 3 ด้าน คือด้านการได้ยินและภาษา  การตรวจประเมินทางการแพทย์ และการประเมินด้านจิตวิทยา เพื่อดูระดับสติปัญญา ความปกติทางด้านอารมณ์ สังคม การปรับตัว รวมถึงข้อปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดประสาทหูเทียม และการปรับเครื่องแปลงสัญญาณของประสาทหูเทียม

การพัฒนาทักษะการฟังการพูดของผู้ใช้ประสาทหูเทียม

หลักการบำบัดการพูดโดยใช้การฟัง (Auditory Verbal Therepy – AVT) มีหลักการสำคัญ คือ การตรวจวัดการได้ยินเพื่อให้บริการช่วยเหลือโดยเร็ว การให้บริการทางโสตสัมผัสที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที การช่วยให้ผู้ใช้ประสาทหูเทียมใช้การได้ยินเป็นหลักในการเรียนรู้  พ่อแม่เป็นต้นแบบสำคัญที่สุดในการพัฒนาการฟังและการพูดของเด็ก การสร้างสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการฟัง การ บูรณาการฟังและการพูดให้เข้ากับการดำรงชีวิตของผู้ใช้ประสาทหูเทียม การช่วยให้ผู้ใช้ประสาทหูเทียมปรับ/ควบคุมการใช้ภาษาพูดด้วยตนเอง ด้านการฟังการพูดให้เป็นไปตามพัฒนาการการเรียนภาษาตามปกติ มีการวัดและประเมินผลความก้าวหน้าของการใช้ภาษาอย่างต่อเนื่อง และการส่งเสริมสนับสนุนการเรียนร่วม

หัวใจของความสำเร็จในการผ่าตัดประสาทหูเทียม

มี 4 ขั้นตอน คือ การให้ความรู้และคำปรึกษาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ การผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  การฟื้นฟูหลังการผ่าตัด และการดูแลอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการใช้ประสาทหูเทียม

ได้แก่ ระยะเวลาที่สูญเสียการได้ยิน อายุที่เริ่มสูญเสียการได้ยิน อายุที่ทำการผ่าตัด ระยะเวลาที่ใช้ประสาทหูเทียม ระดับการได้ยินที่เหลืออยู่ ความพิการซ้ำซ้อนหากเกี่ยวกับสติปัญญา สมอง/จิตใจจะเป็นอุปสรรคต่อการฟังและการพูด สภาพแวดล้อมทางการศึกษา จำนวนช่องสัญญาณที่สามารถใช้ได้ และจำนวนเม็ดอิเล็กโทรดที่ใส่เข้าไปภายในหูชั้นใน

 

คำสำคัญ         การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียม   การได้ยินด้วยประสาทหูเทียม

ศูนย์ประสาทหูเทียมอินทิเม็กซ์.  (ม.ป.ป.).  ประสาทหูเทียม..ปาฏิหาริย์แห่งเสียง. (เอกสารเย็บเล่ม). กรุงเทพฯ : อินทิเม็กซ์.

 

Leave a Reply