การจัดการศึกษาสงเคราะห์

การศึกษาสงเคราะห์

 

๑. แนวคิดที่เกี่ยวสิทธิโอกาสทางการศึกษาและการจัดการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาส

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดเกี่ยวกับสิทธิในการศึกษาไว้ดังนี้ “มาตรา ๕๔ รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย รัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่างๆ รวมทั้งส่งเสริม ให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษา ดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติซึ่งอย่างน้อย ต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ และการดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการ ให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วย” นอกจากนั้น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.๒๕๔๕ และ พ.ศ.๒๕๕๓ ได้กำหนดเกี่ยวกับสิทธิในการศึกษาไว้ดังนี้ “มาตรา ๑๐ การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคมการสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลหรือด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษการศึกษาสำหรับคนพิการในวรรคสอง ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น”

รัฐบาลจัดให้มีการจัดการศึกษาสงเคราะห์ เป็นการศึกษาที่มุ่งจัดให้แก่บุคคลที่รัฐจำเป็นต้องให้การสงเคราะห์เป็นพิเศษ เพื่อมุ่งให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ผู้ยากไร้หรือผู้เสียเปรียบทางการศึกษาในลักษณะต่างๆ  โดยจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และโรงเรียนประชานุเคราะห์ รวมทั้งสิ้น ๕๐ แห่ง มีหน้าที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส ๑๐ ประเภท จากทั่วประเทศเข้าเรียนในทุกระดับการศึกษา (อนุบาล – ม.ปลาย) และรับเด็กพิการเรียนร่วมแบบโรงเรียนประจำ เน้นการเรียนวิชาชีพมุ่งฝึกฝนนักเรียนด้อยโอกาสให้พึ่งตนเองได้ มีระเบียบวินัยมีความเป็นผู้นำชุมชนท้องถิ่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๕๕)

 

๒. ความหมายของการศึกษาสงเคราะห์

 

สำหรับในประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายการจัดการศึกษาสงเคราะห์ มาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๔๙๖ ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสหลายประเภท ได้แก่ เด็กถูกปล่อยปละละเลย เด็กถูกละเมิดสิทธิ เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม เด็กขาดโอกาส ยากจนเข้าไม่ถึงบริการทางการศึกษา เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์ ตกอยู่ในภาวะยากลำบากหรืออยู่ในสถานภาพที่ด้อยกว่าเด็กทั่วไป จำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัย สามารถบรรลุถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้ โดยปัจจุบันมีสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย  ที่มา : www.braille-cet.in.th/Braille…/index.php?…id… http://e-book.ram.edu/e-book/e/ES๔๑๗/es๔๑๗-๑.pdf

การศึกษาสงเคราะห์ คือ การจัดการศึกษาสงเคราะห์ เป็นการศึกษาที่มุ่งจัดให้แก่บุคคล ที่รัฐจำเป็นต้องให้การสงเคราะห์เป็นพิเศษ ทั้งนี้  เพื่อมุ่งให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาแก่ผู้ยากไร้หรือผู้เสียเปรียบทางการศึกษาในลักษณะต่างๆ  โดยอาจจัดเป็นสถานศึกษาเฉพาะ หรือจัดรวมในโรงเรียนธรรมดาก็ได้ตามความเหมาะสม  ในปี พ.ศ. ๒๔๙๖  กระทรวงศึกษาธิการประกาศจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แห่งแรก คือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี (ปัจจุบันโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๕ จังหวัดกาญจนบุรี)  ต่อมาได้มีการจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ขึ้นในภูมิภาคต่างๆ โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษแก่เด็กด้อยโอกาสหรือเด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบากอันเนื่องมาจากครอบครัวที่ประสบภัยปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคมหรือปัญหาอื่นๆ จนไม่สามารถเข้ารับการศึกษาในสถานศึกษาปกติทั่วไปได้  ในช่วงเริ่มต้นของการจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จะเน้นในเรื่องยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ การเมือง ปัญหาทางสังคม ปัญหายาเสพติด ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยทุกด้าน เพื่อสร้างจิตสำนึกความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ ปลูกฝังอุดมการณ์ประชาธิปไตย ส่งเสริมวิชาชีพและสร้างภาวะผู้นำซึ่งประสบความสำเร็จสามารถสร้างผู้นำในท้องถิ่นได้มากมาย นอกจากนี้ยังได้ดูแลเด็กยากจนเด็กเร่ร่อนเด็กชาวเล รวมทั้งบุตรผู้ป่วยเป็นโรคเรื้อน และเด็กที่มีความเสี่ยงในธุรกิจทางเพศ (โครงการเสมาพัฒนาชีวิต) ต่อมามูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีบทบาทในการช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยธรรมชาติ โดยจัดตั้งรูปแบบโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์และใช้ชื่อว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์  กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๙ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อช่วยเหลือเด็กที่ประสบภัยโคลนถล่มน้ำท่วมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้ประกาศจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์เพิ่มขึ้นตามภูมิภาคต่างๆ  เพื่อช่วยเหลือการศึกษาเด็กด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาต่างๆ ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเสมอภาคทัดเทียมเด็กทั่วไป  จากเหตุการณ์ภัยธรณีพิบัติ (คลื่นสึนามิ) เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘  พบว่ามี เด็กด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาเป็นเด็กกำพร้า ยากจน ขาดผู้ปกครองอุปการะจำนวนมาก  รัฐจึงได้มีการประกาศจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๕ ถึง ๓๘ ขึ้น  รวมทั้งเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ จึงได้จัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๙-๔๓  ใน พ.ศ. ๒๕๔๙ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในเขตพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สตูล และจังหวัดสงขลา และเมื่อวันที่  ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๖  เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระชนมายุครบ ๘๔ พรรษา เปลี่ยนชื่อโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ต่าง ๆ เป็นโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๕-๕๗ โดยเข้ารับอยู่ในความอุปถัมภ์ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวได้ว่าโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นอกจากจะมีบทบาทหลักในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสแล้ว  ยังเป็นกลไกในการสร้างความมั่นคงและความเป็นเอกภาพให้กับคนในชาติแสดงถึงการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกกลุ่มมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมทุกมิติ

 

 

๓. ประวัติการจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แห่งแรกในประเทศไทย มีกำเนิดหลังจากการประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ พุทธศักราช ๒๔๙๔ ซึ่งขณะนั้น ม.ล.ปิ่น มาลากุล ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีโครงการปรับปรุงส่งเสริมการศึกษาขึ้น มุ่งปรับปรุงการศึกษาทุกระดับที่ต่ำกว่าอุดมศึกษาเน้นการศึกษาประชาบาล โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ขณะนั้นอาจารย์อภัย  จันทวิมล อธิบดีกรมประชาศึกษาเป็นหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญฝ่ายไทย และเป็นรองประธานกรรมการโครงการฯ ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ศึกษาเรื่องราวการปรับปรุงส่งเสริมการศึกษาของประเทศอังกฤษ Education Act. (พุทธศักราช ๒๔๘๗) ซึ่งมีนางเอลเลน  วิลคินตัน รัฐมนตรีศึกษาธิการอังกฤษได้เสนอตราพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับขึ้น มีความมุ่งหมายสำคัญที่จะให้เด็กอังกฤษทุกคนได้รับการศึกษาภาคบังคับถึงมัธยมศึกษาเป็นอย่างต่ำ ไม่ว่าเด็กนั้นจะมีพ่อ แม่ ฐานะเช่นไร มีภูมิลำเนาอยู่ ณ ที่ใดในราชอาณาจักร  ทำให้เกิดความคิดว่า ขณะนี้ประเทศไทยเรายังไม่อยู่ในฐานะที่จะทำอย่างอังกฤษได้ แต่รัฐควรกำหนดนโยบายว่า ให้เด็กไทยทุกคนในราชอาณาจักรได้รับการศึกษาภาคบังคับ (ประถมศึกษาปีที่ ๔) โดยจัดให้มีโรงเรียนพิเศษขึ้น ให้เด็กที่ได้รับการยกเว้นเข้าเรียนอยู่ประจำ      กินนอน โดยรัฐจัดสรรเงินอุดหนุนให้เปล่าเป็นรายหัว เป็นค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การเรียน  ค่ารักษาพยาบาล และในที่สุดพลเอกมังกร  พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้น ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเปิดโรงเรียนพิเศษ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ณ ที่ตำบลบ้านทวน  จังหวัดกาญจนบุรี มีชื่อว่า โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พนมทวน มีความมุ่งหมายในครั้งแรกของการจัดตั้ง ๔ ประการคือ

๑. เพื่อให้เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติประถมศึกษา โดยเฉพาะผู้ที่มีบ้านไกลจากโรงเรียนเกิน ๒,๐๐๐ เมตร ซึ่งได้รับการยกเว้นขณะนั้นได้เข้าเรียนแบบอยู่ประจำ ให้ความรู้อย่างน้อยในระดับการศึกษาภาคบังคับ และได้รับการฝึกด้านวิชาชีพ ให้สามารถกลับไปดำรงชีวิตในถิ่นกำเนิดของตนเอง ซึ่งจะเป็นการพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลของประเทศได้ด้วย

๒. เพื่อให้รู้จักหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม ที่เน้นในเรื่องนี้เพราะว่าเด็กที่มาเข้าเรียนเป็นเด็กที่ยากจนมาก อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหา จึงจำเป็นต้องสร้างความสำนึกในหน้าที่ที่พึงประสงค์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม

๓. เพื่อสร้างผู้นำที่จะนำความรู้ ความเข้าใจในการปฏิบัติตนตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้กลับไปสู่ท้องถิ่นและสามารถเป็นสื่อกลางระหว่างรัฐกับชุมชนของตนเองได้

๔. เพื่อให้รู้จักรักษาและซาบซึ้งในคุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมของชาติ

 

ทำเนียบโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจำนวนรวม ๕๐ แห่ง ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๙-๔๓ โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต เป็นโรงเรียนสหศึกษา ประเภทอยู่ประจำ ๔๙ โรงเรียน และโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์  มีลักษณะไป-กลับ ๑ โรงเรียน ซึ่งมีเหตุผลและความเป็นมาของการจัดตั้ง ดังนี้

.  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ประจำเขตการศึกษา เป็นโรงเรียนที่รับเด็กยากจน ภูมิลำเนาอยู่ห่างไกลคมนาคม เด็กกำพร้าบิดามารดา เด็กเร่ร่อน เด็กชาวเขา เด็กชาวเรือ เด็กชาวป่า เด็กชาวเกาะ และเด็กที่อยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม มีจำนวน ๑๒ โรงเรียน คือ

๑.๑  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์บางกรวย ประจำเขตการศึกษา ๑

๑.๒  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นราธิวาส ประจำเขตการศึกษา ๒

๑.๒  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สุราษฎร์ธานี ประจำเขตการศึกษา ๓

๑.๔  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เขาพนม (ราชประชานุเคราะห์ ๓๗) ประจำเขตการศึกษา ๔

๑.๕  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พนมทวน ประจำเขตการศึกษา ๕

๑.๖  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ชัยนาท ประจำเขตการศึกษา ๖

๑.๗  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตาก โรงเรียนประจำเขตการศึกษา ๗

๑.๘  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่จัน ประจำเขตการศึกษา ๘

๑.๙  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สกลนคร ประจำเขตการศึกษา ๙

๑.๑๐  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี โรงเรียนประจำเขตการศึกษา ๑๐

๑.๑๑  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์นางรอง ประจำเขตการศึกษา ๑๑

๑.๑๒  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์มะขาม (ศึกษาสงเคราะห์จันทบุรี) ประจำเขตการศึกษา ๑๒

.  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ชาวเขา ในพื้นที่เสี่ยงภัยจากการคุกคามของภัยต่างๆ รับเด็กที่เป็นบุตรหลานของชนกลุ่มน้อย เพื่อแก้ปัญหาด้านความมั่นคงของชาติ มีจำนวน ๖ โรงเรียน คือ

๒.๑ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพชรบูรณ์

๒.๒ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์น่าน

๒.๓ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอน

๒.๔ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพชรบุรี

๒.๕ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่

๒.๖ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เลย

๒.๗ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พัทลุง

๓. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับบุตรผู้ป่วยโรคเรื้อน เป็นโรงเรียนที่รับเด็กที่เป็นปัญหาสังคมจากโรคเรื้อน ในระยะแรก กรมการแพทย์ กรมอนามัย และกรมประชาสงเคราะห์ให้การเลี้ยงดูในระยะแรก เมื่อเข้าสู่วัยเรียน กรมสามัญศึกษาได้เข้ามาจัดการศึกษาในโรงเรียนพิเศษ ประเภทไป-กลับ และเนื่องจากสถานการณ์โรคเรื้อนในปัจจุบันหมดไปจึงได้ปรับเปลี่ยนนโยบาย โดยรับเด็กยากจน เด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า เด็กชนกลุ่มน้อย เข้าเรียน มี ๔ โรงเรียน คือ

  • โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์โนนสมบูรณ์ (ศึกษาสงเคราะห์ขอนแก่น)
  • โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์อำนาจเจริญ
  • โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงดาว
  • โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารี ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับชุมชนแออัด เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีชุมชนแออัดและสลัมหลายแห่ง โรงเรียนของรัฐบาลไม่เพียงพอ กรมประชาสงเคราะห์ จึงจัดตั้งโรงเรียนเพื่อรองรับและแก้ไขปัญหา และโอนให้กับกรมสามัญศึกษาเพื่อดำเนินการ ในพุทธศักราช ๒๕๒๓ คือ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ ปัจจุบันรับเด็กพิการทางการได้ยินเรียนร่วม จัดการศึกษาประเภทไป-กลับ

. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับนักเรียนเรียนดีแต่ยากจน โดยสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก พระราชทานพะราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้าง คือโรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต จังหวัดกาญจนบุรี จัดตั้งเมื่อพุทธศักราช ๒๕๓๕ รับเด็กนักเรียนที่มีผลการเรียนดี เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ ๓.๐๐ เป็นต้นไป จากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ทั่วประเทศ

. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับเด็กที่เป็นบุตรหลานของผู้ประสบภัยในเขตจังหวัดภาคใต้ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานความช่วยเหลือก่อตั้งโรงเรียน โดยผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีจำนวน ๑๐ โรงเรียน คือ

๖.๑ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๙ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

๖.๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๐ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

และเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ เกิดมหันตภัยร้ายจากแผ่นดินไหว ณ เกาะสุมาตราทำให้เกิดคลื่นสึนามิ(TSUNAMI) ถล่มรุนแรงในแถบจังหวัดภาคใต้ฝังอันดามันจำนวน ๖ จังหวัด   ส่งผลให้มีเด็กกำพร้า เด็กไร้ถิ่นที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงทรงพระราชทานความช่วยเหลือก่อตั้งโรงเรียน โดยผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์   เพิ่มขึ้นตามพื้นที่ที่ประสบภัย ดังนี้

๖.๓ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๕ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

๖.๔ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๖ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

๖.๕ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๘ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง

๖.๖ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๙ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส

๖.๗ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๐ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี

๖.๘ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๑ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา

๖.๙ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๒ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล

๖.๑๐ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๓ อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา

. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับชาวไทยภูเขา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเห็นว่า ชาวเขาในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียงมีมาก กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ประกอบอาชีพไม่เป็นหลักแหลงแน่นอน รัฐไม่สามารถให้บริการการศึกษาได้อย่างทั่วถึง จึงทรงพระราชทานเงินจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดสร้างขึ้น มีจำนวน ๓ โรงเรียนคือ

๗.๑ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๑ อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

๗.๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๒ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

๗.๓ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๓ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

.  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ที่ผู้ปกครองมีฐานะยากจนในเขตจังหวัดภาคเหนือ   โดยพระราชทานเงินจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดสร้างขึ้น มีจำนวน ๑ โรงเรียน คือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๔ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา

.  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ ๕๐ ปี มีจำนวน ๕ โรงเรียน คือ

๙.๑ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๕ อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่

๙.๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๖ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

๙.๓ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๗ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย

๙.๔   โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๘ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร

๙.๕ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๙ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ

๑๐. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และสมควรได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีจำนวน ๑ โรงเรียน คือ

๑๐.๑ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ตราด อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด

๑๑.โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ในโครงการตามพระราชดำริเพื่อสงเคราะห์เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา และเด็กกำพร้าเนื่องด้วยบิดา มารดาเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ มีจำนวน ๑ โรงเรียน คือ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๐ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

๑๒. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนม์พรรษา ๖ รอบ เพื่อจัดการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาต่างๆ มีจำนวน ๒ โรงเรียน คือ

๑๒.๑ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๒ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี รับเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองมีฐานะยากจน และประสบปัญหาต่างๆ

๑๒.๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๓ อำเภอท่าม่วง จังหวัดลพบุรี จัดการศึกษาให้แก่เด็กกำพร้าที่ปราศจากเชื้อ เนื่องจากบิดามารดาเสียชีวิตด้วยโรคเอดส์ และเด็กด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาต่างๆ

๑๓. โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสงเคราะห์เด็กและเยาวชนที่ มีฐานะยากจน และเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ มีจำนวน ๒ โรงเรียน คือ

๑๓.๑ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๑ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

๑๓.๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๓๔ อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 

๓. ความหมายและประเภทของเด็กด้อยโอกาส

 

จากการประชุมของคณะอนุกรรมาธิการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เป็นธรรมทางการศึกษา ในคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ครั้งที่ ๒ วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ เพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดกลุ่ม ประเภท เด็กด้อยโอกาส จากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง สรุปได้ดังนี้

 

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดูแลรับผิดชอบการจัดการศึกษาสำหรับเด็ก ๔ กลุ่ม ได้แก่ เด็กปกติทั่วไป เด็กที่มีความสามารถพิเศษ เด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการ สพฐ. ได้ให้คำนิยาม เด็กด้อยโอกาส (Disadvantage Children) หมายถึง เด็กที่ตกอยู่ในสภาวะยากลำบากไม่สามารถเข้ารับบริการตามสิทธิขั้นพื้นฐานได้จำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษด้วยรูปแบบและวิธีการที่เหมาะสม โดยได้แบ่งเด็กด้อยโอกาสเป็น ๑๐ ประเภท ดังนี้

๑) เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือแรงงานเด็ก

๒) เด็กเร่ร่อน

๓) เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก

๔) เด็กที่ถูกทอดทิ้ง/กำพร้า

๕) เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ

๖) เด็กยากจน (มากเป็นพิเศษ)

๗) เด็กในชนกลุ่มน้อย

๘) เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด

๙) เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์หรือโรคติดต่อ

๑๐) เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน

 

.   เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือแรงงานเด็ก  หมายถึง  เด็กที่ถูกบังคับให้ทำงานหารายได้ด้วยการขายแรงงานก่อนวัยอันสมควร ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างจนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาหรือการพัฒนาให้เป็นไปตามหลักพัฒนาการอันเหมาะสมกับวัย

.   เด็กเร่ร่อน  หมายถึง  เด็กที่ไม่มีที่อยู่อาศัยพักพิงเป็นหลักแหล่งแน่นอน  ดำรงชีวิตอยู่อย่างไร้ทิศทาง  ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต  เสี่ยงต่อการประสบภัยอันตรายและเป็นปัญหาสังคม

.   เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก    หมายถึง เด็กที่มีความสมัครใจหรือถูกบังคับล่อลวงให้ขายบริการทางเพศหรือถูกชักจูงให้ต้องตกอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการประกอบอาชีพขายบริการทางเพศ

. เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือเด็กกำพร้า  หมายถึงเด็กที่มารดาคลอดทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หรือตามสถานที่ต่าง ๆ  รวมไปถึงเด็กที่บิดามารดาปล่อยทิ้งไว้ให้มีชีวิตอยู่ตามลำพัง หรืออยู่กับบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากบิดามารดา  ทั้งนี้  อาจมีสาเหตุจากปัญหาการหย่าร้าง  หรือครอบครัวแตกแยกมีสภาพชีวิตอยู่ท่ามกลางความสับสนขาดความรัก  ความอบอุ่น  ตลอดถึงเด็กที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู อันเนื่องมาจากสาเหตุอื่น

.   เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ  หมายถึง  เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ทางร่างกาย หรือทางจิตใจ มีชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นสุข  ระแวง  หวาดกลัว  เนื่องจากถูกทำร้ายทารุณ ถูกบีบคับ กดดันจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองซึ่งมีสภาพจิตใจหรืออารมณ์ไม่ปกติ หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะต่างๆ จากบุคคลใกล้ตัว

.   เด็กยากจน   (มากเป็นพิเศษ)   หมายถึง    เด็กซึ่งเป็นบุตรหลานของคนยากจนที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ  ครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน  ๒๐,๐๐๐บาทต่อปี  ครอบครัวอยู่รวมกันหลายคนขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน  มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก  รวมถึงเด็กในแหล่งชุมชนแออัดหรือบุตรของกรรมกรก่อสร้างหรือเด็กจากครอบครัวที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลที่ขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาและบริการอื่น ๆ

.   เด็กในชนกลุ่มน้อย หมายถึง  เด็กที่เป็นบุตรหลานของบุคคลที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ  มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก  และมีปัญหาเกี่ยวกับการถือสัญชาติไทยเป็นสาเหตุให้ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาหรือบริการอื่น ๆ  ส่วนใหญ่เป็นเด็กในครอบครัวที่อพยพเข้ามาอาศัยตามบริเวณแนวชายแดนของประเทศไทย เช่น ชาวเขา ชาวเล เป็นต้น

.   เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด หมายถึง เด็กที่ติดสารระเหยหรือยาเสพติดให้โทษหรือเด็กกลุ่มเสี่ยงต่อการถูกชักนำให้ประพฤติตนไม่เหมาะสมเกี่ยวข้องผูกพันกับกลุ่มมิจฉาชีพ ผู้มีอิทธิพลหรือบุคคลที่แสวงหาผลประโยชน์จากการประกอบอาชีพผิดกฎหมายเป็นเด็กด้อยโอกาสที่มีแนวโน้มสูงต่อการก่อปัญหาในสังคม

.   เด็กที่ได้รับผลจากโรคเอดส์  หรือโรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ หมายถึง เด็กที่ติดเชื้อเอดส์  หรือมีบิดามารดาเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์ เป็นเด็กที่ถูกสังคมรังเกียจ เป็นเหตุให้เด็กไม่สามารถเข้ารับการศึกษา  หรือบริการอื่น  ๆ  ร่วมกับเด็กปกติทั่วไปได้

๑๐.  เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  หมายถึง เด็กที่กระทำผิดและถูกควบคุมอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย ตลอดถึงเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์นอกสมรส  ซึ่งมีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ  เช่น  การทำแท้ง  การฆ่าตัวตาย  การทอดทิ้งทารก  เป็นต้น

 

 

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)

สำหรับกลุ่มเด็กที่ด้อยโอกาสที่อยู่ในการดูแลของ สอศ. นั้นประกอบด้วย ๔ กลุ่มหลัก ได้แก่

๑) กลุ่มเด็กพิการ ซึ่งประกอบด้วย ๑๑ ประเภท คือ เด็กพิการซ้ำซ้อน พิการทางการได้ยิน พิการทางการพูดหรือภาษา พิการทางการมองเห็น พิการทางด้านการเรียนรู้ พิการทางด้านร่างกาย พิการทางพฤติกรรมและอารมณ์ พิการทางสติปัญญา พิการไม่ระบุประเภท พิการออทิสติก และพิการไม่ระบุ

๒) กลุ่มเด็กผู้ต้องขังและเยาวชนในสถานพินิจ

๓) กลุ่มเด็กที่อยู่บริเวณชายแดนซึ่งจัดการเรียนการสอนร่วมกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน

๔) กลุ่มเด็กชนเผ่า หรือเด็กชาวเขา

 

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะดูแลกลุ่มเด็กพิการ ซึ่งมีทั้งหมด ๙ ประเภท ได้แก่

๑) เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือสุขภาพ

๒) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น

๓) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

๔) บุคคลออทิสติก

๕) บุคคลที่มีความบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์และสมาธิสั้น

๖) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

๗) บุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

๘) บุคคลที่มีความบกพร่องทางการพูดและภาษา

๙) บุคคลพิการซ้อน

 

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ให้คำนิยามเด็กด้อยโอกาสในบริบทของการบริการการศึกษา หมายถึงเด็กที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี (เว้นแต่กรณีที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ให้ขยายอายุเป็น ๒๔ ปี) ที่ประสบปัญหาหรือตกอยู่ในภาวะยากลำบาก หรืออยู่ในสถานภาพที่ด้อยกว่าเด็กทั่วไปจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพื่อให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัยสามารถบรรลุถึงศักยภาพสูงสุดของตนเองได้

ส่วนประเภทจะจำแนกตามแผนการแก้ปัญหาเด็กในภาวะยากลำบาก พ.ศ. ๒๕๔๕ – ๒๕๔๙ ของสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมและประสานงานเยาวชนแห่งชาติ ซึ่งแบ่งเป็น ๖ กลุ่ม ดังนี้

๑) เด็กถูกปล่อยปละละเลย

๒) เด็กถูกละเมิด

๓) เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม

๔) เด็กพิการทางกาย / ทางจิตใจอารมณ์ / ทางสติปัญญาและการเรียนรู้

๕) เด็กขาดโอกาส / ยากจน

๖) เด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอดส์

 

สำนักงานส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัยและการศึกษานอกระบบ (กศน.)

สำนักงานส่งเสริมการศึกษาตามอัธยาศัยและการศึกษานอกระบบดูแลกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและเด็กพิการ โดยกลุ่มเด็กด้อยโอกาสแบ่งออกเป็น ๗ ประเภท ได้แก่

๑) เด็กเร่ร่อน

๒) เด็กออกนอกระบบโรงเรียนกลางคัน

๓) เด็กผู้หนีภัยการสู้รบที่อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว

๔) เด็กต่างด้าวไร้สัญชาติ

๕) เด็กชาวเล

๖) เด็กชนเผ่า เช่น มลาบรี หรือผีตองเหลือง

๗)กลุ่มเด็กในสถานพินิจ

ส่วนกลุ่มเด็กพิการแบ่งออกเป็น ๙ ประเภท ได้แก่

๑) เด็กบกพร่องทางการได้ยิน

๒) บกพร่องทางการเห็น

๓)บกพร่องทางสติปัญญา

๔) บกพร่องทางร่างกาย

๕) บกพร่องทางการเรียนรู้

๖) บกพร่องทางการพูด

๗) บกพร่องทางพฤติกรรม

๘) ออทิสติก

๙) พิการซ้ำซ้อน

 

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ได้จำแนกเด็กด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเด็กเสี่ยงในระบบการศึกษา ออกเป็น ๑๔ กลุ่ม ดังนี้

๑) เด็กไร้สัญชาติ

๒) กลุ่มแม่วัยรุ่น

๓) เด็กยากจนพิเศษ

๔) เด็กที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ถิ่นทุรกันดาร

๕) เด็กพิการ เด็กออทิสติก เด็กมีความบกพร่องในการเรียนรู้ (LD) เด็กสมาธิสั้น (ADHD) เด็กพิการ

๖) เด็กในพื้นที่ ๓ จังหวัดภาคใต้

๗) เด็กเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในสถานพินิจ

๘) เด็กเร่ร่อน

๙) เด็กติดเชื้อ HIV

๑๐) เด็กกำพร้าถูกทอดทิ้ง

๑๑) เด็กติดยาเสพติด

๑๒) เด็กถูกบังคับใช้แรงงาน

๑๓) เด็กถูกบังคับให้ค้าประเวณี

๑๔) เด็กลูกแรงงาน

 

คณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาเพื่อคนพิการ ผู้ด้อยโอกาสและผู้มีความสามารถพิเศษของ กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้กล่าวถึงความหมายของเด็กด้อยโอกาสไว้ ดังนี้ เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา หมายถึง เด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบากมีชีวิต ความเป็นอยู่ด้อยกว่าเด็กปกติทั่วไป จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีพัฒนาการที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย และสามารถบรรลุถึงศักยภาพขั้นสูงสุดได้ โดยกำหนดแบ่งเด็กด้อยโอกาสออกเป็น ๑๐ ประเภท ประกอบด้วย

๑. เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงาน หรือแรงงานเด็ก หมายถึง เด็กที่ถูกบังคับให้ทำงาน หารายได้ด้วย การขายแรงงานก่อนวัยอันสมควร ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างจนไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาหรือการ พัฒนาให้เป็นไปตามหลักพัฒนาการอันเหมาะสมกับวัย

๒. เด็กเร่ร่อน หมายถึง เด็กที่ไม่มีที่อยู่อาศัยพักพิงเป็นหลักแหล่งแน่นอน ดำรงชีวิตอยู่อย่างไร้ทิศทาง ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เสี่ยงต่อการประสบอันตรายและเป็นปัญหาสังคม

๓. เด็กที่อยู่ในธุรกิจทางเพศหรือโสเภณีเด็ก หมายถึง เด็กที่มีความสมัครใจหรือถูกบังคับล่อลวงให้ ขายบริการทางเพศ หรือถูกชักจูงให้ต้องตกอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการประกอบอาชีพขายบริการทางเพศ

๔. เด็กที่ถูกทอดทิ้ง/กำพร้า หมายถึง เด็กที่มารดาคลอดทิ้งไว้ในโรงพยาบาลหรือตามสถานที่ต่าง ๆ รวมไปถึงเด็กที่บิดามารดาปล่อยทิ้งไว้ให้มีชีวิตอยู่ตามลำพัง หรืออยู่กับบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับการเลี้ยงดูจาก บิดามารดา ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุมาจากปัญหา การหย่าร้าง หรือครอบครัวแตกแยก มีสภาพชีวิตอยู่ท่ามกลาง ความสับสนขาดความรัก ความอบอุ่น ตลอดถึงเด็กที่ขาด ผู้อุปการะเลี้ยงดู อันเนื่องมาจากสาเหตุอื่น

๕. เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ หมายถึง เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย ทางเพศ หรือทางจิตใจ มีชีวิตอยู่ อย่างไม่เป็นสุข ระแวง หวาดกลัว เนื่องจากถูกทำร้ายทารุณ ถูกบีบคั้นกดดันจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองซึ่ง มีสภาพจิตใจหรืออารมณ์ไม่เป็นปกติ หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ ในลักษณะต่าง ๆ จากบุคคลที่อยู่ใกล้ตัว

๖. เด็กยากจน (มากเป็นพิเศษ) หมายถึง เด็กซึ่งเป็นบุตรหลานของคนยากจนที่มีรายได้ ไม่เพียงพอ  ต่อการเลี้ยงชีพครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาท ต่อ ปี ครอบครัวอยู่รวมกันหลายคน ขาดแคลนปัจจัยพื้นฐาน มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก รวมถึงเด็กในแหล่งชุมชนแออัดหรือบุตรของ กรรมการก่อสร้าง หรือเด็กจากครอบครัวที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกลที่ขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษาและบริการอื่น ๆ

๗. เด็กในชนกลุ่มน้อย หมายถึง เด็กที่เป็นบุตรหลานของบุคคลที่มีวัฒนธรรมแตกต่างไปจาก ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก และมีปัญหาเกี่ยวกับการถือสัญชาติไทยเป็นสาเหตุ ให้ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษาหรือบริการอื่น ๆ ส่วนใหญ่เป็นเด็กในครอบครัวที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ตาม บริเวณแนวชายแดนของประเทศไทย เช่น ชาวเขา ชาวเล เป็นต้น

๘. เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด หมายถึง เด็กที่ติดสารระเหยหรือสารเสพติดให้โทษหรือเด็ก กลุ่มเสี่ยงต่อการถูกชักนำให้ประพฤติตนไม่เหมาะสมเกี่ยวข้องผูกพันอยู่กับกลุ่มมิจฉาชีพ ผู้มีอิทธิพลหรือบุคคล ที่แสวงหาผลประโยชน์จากการประกอบอาชีพผิดกฎหมาย เป็นเด็กด้อยโอกาสที่มีแนวโน้มสูงต่อการก่อปัญหา ในสังคม

๙. เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์หรือโรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ หมายถึง เด็กที่ติดเชื้อเอดส์ หรือมีบิดามารดาเจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์ เป็นเด็กที่ถูกสังคมรังเกียจ เป็นเหตุให้เด็กไม่สามารถเข้ารับ การศึกษาหรือบริการอื่น ๆ ร่วมกับเด็กปกติทั่วไปได้

๑๐. เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หมายถึง เด็กที่กระทำผิดและถูกควบคุมอยู่ใน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย ตลอดถึงเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์นอกสมรส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การทอดทิ้งทารก เป็นต้น

 

ปัจจุบันสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้นิยาม ความหมายของผู้ด้อยโอกาสไว้ในระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานว่าด้วยการรับนักเรียน เข้าเรียนในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อให้ครอบคลุมและตรงตามกลุ่มเป้าหมายบริการ ดังนี้

“ผู้ด้อยโอกาส” หมายถึง ผู้ยากไร้หรือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก มีชีวิตความเป็นอยู่ด้อยกว่า          เด็กปกติทั่วไป เนื่องจากประสบปัญหาต่างๆ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และพึ่งพาตนเองได้

“โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์” หมายถึง โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๙- ๔๓ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๕–๕๗ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์และโรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต

“โรงเรียนฟ้าใสวิทยา” โรงเรียนที่รับเด็กและเยาวชนชายที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด อยู่ในการดูแลของสถานพินิจ ศาลเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยและมีคำสั่งให้เข้ารับการศึกษาและอบรมที่โรงเรียนฟ้าใสวิทยา รับเด็กตามวัตถุประสงค์เฉพาะ

 

 

 

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาสของโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์

สภาพสังคมในปัจจุบันมีเด็กด้อยโอกาสกระจายอยู่ทั่วไปในสังคม ความด้อยโอกาสของเด็กมีหลายระดับ เด็กบางคนสามารถเรียนหนังสืออยู่ใกล้บ้านได้ แต่จะมีเด็กบางคนที่อยู่ในสภาวะยากล าบากไม่สามารถเข้าเรียนใน โรงเรียนปกติทั่วไปได้ จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือให้ได้รับการศึกษาในโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ซึ่งเป็น โรงเรียนประจำ  สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ จึงได้กำหนดตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาสขึ้นเพื่อให้โรงเรียนและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือได้ตรงตามเป้าหมายบริการของโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ดังนี้

๑. เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงานหรือแรงงานเด็ก หมายถึง เด็กที่ต้องการทำงานหรือถูกบังคับให้ ทำงานหารายได้ด้วยการขายแรงงานก่อนถึงวัยอันสมควรถูกเอารัดเอาเปรียบ จากนายจ้างไม่มีโอกาสได้รับ การพัฒนาให้เป็นไปตามหลักพัฒนาการอันเหมาะสมกับวัย

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๑.๑ เด็กที่ถูกบังคับให้ขายแรงงานและได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐและ     องค์กรเอกชน โดยผ่านการกลั่นกรองส่งต่อเพื่อเข้ารับการศึกษา

๑.๒ เด็กที่ถูกหน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือบังคับขู่เข็ญให้ทำงานที่ไม่เหมาะสมต่อวัยของเด็กตาม กฎหมายคุ้มครองแรงงาน

๑.๓ เด็กที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ ถูกล่อลวง ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง หรือได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม

๑.๔ เด็กที่ต้องทำงานหารายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ขาดโอกาสที่จะได้รับการศึกษา

๒. เด็กเร่ร่อน หมายถึง เด็กที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่งแน่นอนดำรงชีวิตอยู่อย่างไร้ทิศทางขาด ปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต พักอาศัยอยู่ตามใต้สะพาน สวนสาธารณะ ข้างถนนวัด ที่พักผู้โดยสาร ประจำทาง ชายหาดหรือบนโต๊ะขายของที่ว่างเปล่าในตลาด

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๒.๑ เด็กที่ไม่มีผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเลี้ยงดู ขาดที่อยู่อาศัย และปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต ใช้ชีวิตโดยลำพังเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดและการเอาเปรียบจากผู้อื่น ดำรงตนอย่าง ไร้สวัสดิภาพ

๒.๒ เด็กที่เร่ร่อนตามวิถีชีวิตของตน หรือติดตามครอบครัวที่เร่ร่อนเคลื่อนย้ายตามแหล่งงาน

๒.๓ เด็กที่หนีออกจากครอบครัวไปใช้ชีวิตตามลำพังโดยไม่มีผู้ดูแล มีสาเหตุต่าง ๆ เช่น ครอบครัวแตกแยก ขาดความอบอุ่น ขัดแย้งอย่างรุนแรงทางความคิดกับครอบครัว

๓. เด็กที่อยู่ในธุรกิจบริการทางเพศหรือโสเภณีเด็ก หมายถึง เด็กชายหญิง ที่มีอายุไม่ครบ ๑๘ ปี บริบูรณ์ มีความสมัครใจหรือถูกบังคับล่อลวงให้ขายบริการทางเพศ หรือตกอยู่ในสภาพที่เสี่ยงต่อการถูกชักจูง ให้ประกอบอาชีพขายบริการทางเพศ

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๓.๑ เด็กที่อยู่ในครอบครัวหรือสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อการเข้าสู่ธุรกิจบริการทางเพศ

๓.๒ เด็กทีครอบครัวประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ขายให้สถานบริการ โดยความสมัครใจหรือไม่สมัครใจของเด็กก็ตาม

๓.๓ เด็กที่เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไป เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น หรือเคยขายบริการทางเพศ

๔. เด็กที่ถูกทอดทิ้ง/กำพร้า หมายถึง เด็กที่มารดาคลอดทิ้งไว้ในโรงพยาบาล หรือตามสถานที่ต่าง ๆ รวมไปถึงเด็กที่พ่อ แม่ปล่อยทิ้งไว้ให้มีชีวิตอยู่ตามลำพัง หรืออยู่กับบุคคลอื่น โดยไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อ แม่ ทั้งนี้ อาจมีสาเหตุมาจากปัญหาการหย่าร้าง หรือครอบครัวแตกแยก มีสภาพชีวิตอยู่ท่ามกลางความสับสน ขาดความรัก ความอบอุ่น ตลอดถึงเด็กกำพร้าที่ขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู อันเนื่องมาจากสาเหตุอื่น ๆ

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๔.๑ เด็กที่ถูกบิดา มารดาปฏิเสธไม่เลี้ยงดู และอยู่ในความดูแลของสถานเลี้ยงเด็กต่าง ๆ ทั้ง ระยะแรกเกิดและอยู่ในช่วงอายุการศึกษาภาคบังคับ

๔.๒ เด็กกำพร้าที่ไม่มีผู้อุปการะเลี้ยงดู หรือไร้ที่พึ่ง

๔.๓ เด็กที่ถูกทอดทิ้งให้อาศัยอยู่กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่พ่อแม่ ซึ่งไม่มีความพร้อมที่จะอุปการะเลี้ยงดู

๕. เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณ หมายถึง เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย ทางเพศ หรือทางจิตใจ มีชีวิตอยู่ อย่างไม่เป็นสุข ระแวง หวาดกลัว เนื่องจากถูกทำร้ายทารุณ ถูกบีบคั้น กดดันจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองซึ่งมี สภาพจิตใจหรืออารมณ์ไม่เป็นปกติ หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะต่าง ๆ จากบุคคลที่อยู่ใกล้ตัว

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๕.๑ เด็กที่ถูกล่วงละเมิดทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศ

๕.๒ เด็กที่ถูกทำร้ายทารุณหรือถูกลงโทษด้วยวิธีการที่รุนแรง

๕.๓ เด็กที่อยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดสิทธิ หรือถูกทำร้ายทารุณ

๕.๔ เด็กที่มีชีวิตอยู่อย่างไม่เป็นสุข เนื่องจากผู้ปกครองมีสภาพจิตใจ หรืออารมณ์ไม่ปกติ

๕.๕ เด็กที่ถูกคุกคาม ข่มขู่ หรือทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิต

๖. เด็กยากจน (มากเป็นพิเศษ) หมายถึง เด็กซึ่งเป็นบุตรหลานของคนยากจนที่มีรายได้ไม่เพียงพอต่อ การเลี้ยงชีพ ครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี (อ้างอิงจาก แนวปฏิบัติการรับนักเรียนสำหรับโรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ปีการศึกษา 2560 สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ) ครอบครัวอยู่ร่วมกันหลายคน ขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานมีชีวิตอยู่อย่างลำบาก รวมถึงเด็กในแหล่ง ชุมชนแออัดหรือบุตรของกรรมกรก่อสร้างหรือเด็กจากครอบครัวที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล ขาดโอกาสที่จะ ได้รับการศึกษาและบริการอื่น ๆ

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๖.๑ เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน มีรายได้น้อย หรือไม่มีอาชีพที่แน่นอนไม่เพียงพอต่อ การดำรงชีวิต

๖.๒ เด็กที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนที่สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนด

๖.๓ เด็กยากจนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลกับสถานศึกษาปกติทั่วไป ไม่สามารถเดินทาง ไปเรียนแบบไปเช้าเย็นกลับได้

๗. เด็กในชนกลุ่มน้อย หมายถึง เด็กที่เป็นบุตรหลานของบุคคลที่มีวัฒนธรรมแตกต่างไปจาก ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มีปัญหาเกี่ยวกับการถือสัญชาติไทยจนเป็นสาเหตุให้ไม่มีโอกาสได้รับการศึกษา หรือบริการอื่น ๆ ส่วนใหญ่อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่ตามบริเวณแนวชายแดนของประเทศไทย

 

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๗.๑ เด็กที่เป็นบุตรหลานของชาวไทยภูเขา ชาวไทยใหม่(ชาวเล) ชาวเกาะ ซาไก มลาบรี (ตองเหลือง) ชาวเรือ หรือชนกลุ่มอื่นที่มีความแตกต่างทางวัฒนธรรม

๗.๒ เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับการถือสัญชาติ หรือการขาดหลักฐานทะเบียนราษฎร

๗.๓ เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่บริการทางการศึกษาของรัฐยังเข้าไม่ถึง

๘. เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติด หมายถึง เด็กที่ติดสารระเหยหรือสารเสพติดให้โทษหรือเด็ก กลุ่มเสี่ยงต่อการถูกชักนำให้ประพฤติไม่เหมาะสมเกี่ยวข้องผูกพันอยู่กับกลุ่มมิจฉาชีพ ผู้มีอิทธิพล หรือบุคคลที่ แสวงหาผลประโยชน์จากการประกอบอาชีพผิดกฎหมาย เป็นเด็กด้อยโอกาสที่มีแนวโน้มสูงต่อการก่อปัญหาใน สังคม

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๘.๑ เด็กที่ติดสารเสพติดและได้ผ่านการบำบัดฟื้นฟูแล้ว มีความพร้อมที่จะเข้ารับการศึกษา

๘.๒ เด็กที่อยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมชุมชนที่มีปัญหา เกี่ยวกับสารเสพติด

๘.๓ เด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสารเสพติด หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้าสารเสพติด

๘.๔ เด็กที่ตกอยู่ในสภาพเป็นเครื่องมือของกลุ่มมิจฉาชีพ ผู้มีอิทธิพล หรือผู้แสวงหาผลประโยชน์ โดยใช้สารเสพติดเป็นเงื่อนไข

๙. เด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ หรือโรคติดต่อร้ายแรงที่สังคมรังเกียจ หมายถึง เด็กที่ติดเชื้อ เอดส์หรือมีพ่อแม่เจ็บป่วยด้วยโรคเอดส์ เป็นเด็กที่มักจะถูกมองอย่างรังเกียจจนไม่สามารถเข้ารับการศึกษาหรือ บริการอื่นๆ ร่วมกับเด็กทั่วไปได้

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๙.๑ เด็กที่ได้รับเชื้อเอชไอวี หรือโรคติดต่อร้ายแรง

๙.๒ เด็กที่บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ติดเชื้อหรือเสียชีวิตจากโรคเอดส์

๙.๓ เด็กที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโรคเอดส์ หรือโรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งถูกสังคมรังเกียจ จนไม่สามารถอยู่ร่วมกับเด็กปกติทั่วไปได้

๑๐. เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน หมายถึง เด็กที่กระทำผิดถูกควบคุมในสถาน พินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย ตลอดถึงเด็กหญิงที่ตั้งครรภ์นอกสมรส ซึ่งมีแนวโน้มที่จะ ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การทำแท้ง การฆ่าตัวตาย การทอดทิ้งทารก

ตัวบ่งชี้ความด้อยโอกาส

๑๐.๑ เด็กที่ต้องหาว่ากระทำความผิด ไม่มีผู้ปกครองมาขอประกันตัว หรือผู้ปกครองขอประกัน ตัวแต่ไม่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อยู่ในการควบคุมดูแลของสถานแรกรับเด็กและ เยาวชน สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน อยู่ระหว่างการสอบสวนและ การพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัว หรือศาลจังหวัดแผนกคดีเยาวชน และครอบครัว และมีคำสั่งให้เด็กไปเรียนหนังสือ

๑๐.๒ เด็กที่ต้องหาว่ากระทำความผิด และศาลเยาวชนและครอบครัว หรือศาลจังหวัดแผนกคดี เยาวชนและครอบครัวได้วินิจฉัยแล้ว และมีคำสั่งให้เด็กไปเรียนหนังสือ

๑๐.๓ เด็กหญิงที่ตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์

 

สถานการณ์เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ  และการศึกษาคือเครื่องมืออันสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคน โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีความก้าวหน้ามากขึ้น  เป็นสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ที่แข่งขันกันด้วยปัญญาและมีความรู้เป็นฐานในการทำงาน  ทำให้เราต้องให้ความสำคัญแก่การพัฒนางานด้านการศึกษา โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ กำหนดให้รัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี  พึ่งตนเองได้  รวมทั้งให้เยาวชนซึ่งไม่มีผู้ดูแลมีสิทธิได้รับการเลี้ยงดูและการศึกษาอบรมจากรัฐ  และพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มีสาระบัญญัติที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยว่า การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่งถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้ทำการศึกษา “กรอบทิศทางการจัดสวัสดิการทางสังคมที่ยั่งยืน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๑๑” เพื่อศึกษาสถานการณ์การจัดสวัสดิการสังคมของไทยในปัจจุบัน พบว่าการจัดสวัสดิการด้านการศึกษาของไทย ในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา รัฐได้ดำเนินการด้านการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม      ที่สำคัญ ๓ ประการ ได้แก่ การเรียนฟรี ๑๕ ปี สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการฟรีตลอดชีวิต และการจัดตั้งกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา

UNESCO ได้จัดการประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชน ครั้งที่ ๙  ระหว่างวันที่ ๒๒ – ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓  ที่กรุงแอดดิส อบามา ประเทศเอธิโอเปียซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมในฐานะที่จะเป็นเจ้าภาพในการประชุมครั้งที่ ๑๐ ต่อจากประเทศเอธิโอเปีย จากการประชุมขอให้ทั่วโลกเร่งมือช่วยเด็กด้อยโอกาสและเด็กชายขอบทั่วโลกเข้าถึงการศึกษาภายในปี ๒๐๑๕ แต่ปัจจุบันยังมีเด็กจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบทั้งในเมืองและชนบท เด็กด้อยโอกาสเพราะความเชื่อทางศาสนาทั่วโลก ซึ่งมีประมาณ ๗๒ ล้านคน

 

๔. ประวัติการศึกษาสงเคราะห์

 

          โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แห่งแรก คือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์พนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่ง ฯพณฯ นายอภัย จันทวิมล อธิบดีกรมสามัญศึกษา เป็นผู้คิดริเริ่มและได้ประกาศจัดตั้งเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ ความมุ่งหวังในครั้งแรกมี ๔ ประการ คือ

๑. เพื่อให้เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาตามประราชบัญญัติประถมศึกษา (โดยเฉพาะผู้ที่บ้านอยู่ห่างไกลโรงเรียน เกินกว่า ๒,๐๐๐ เมตร ซึ่งได้รับการยกเว้นในสมัยนั้น) ได้มาเข้าเรียนอยู่แบบประจำ ให้มีความรู้อย่างน้อย ในระดับการศึกษาภาคบังคับและได้รับการฝึกสอนด้านวิชาอาชีพ ที่จะสามารถกลับไปดำรงชีวิตในถิ่นกำเนิดของตนเอง ซึ่งจะเป็นการพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่ห่างไกลของประเทศได้ด้วย

๒. เพื่อให้เด็กได้รู้จักหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม ที่เน้นในเรื่องนี้เพราะว่าเด็กที่เข้าเรียนใน โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ เป็นเด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนมาก อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหามาก จึงจำเป็นต้องสร้างความสำนึกในหน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม

๓. เพื่อสร้างผู้ที่จะนำความเข้าใจในการปฏิบัติตนตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้กลับไปสู่ท้องถิ่น สามารถเป็นผู้นำท้องถิ่น และสามารถเป็นสื่อกลางระหว่างรัฐกับชุมชนของตนได้

๔. เพื่อให้รู้จักรักษาและซาบซึ้งในคุณค่าของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชาติ (กรมสามัญศึกษา,๒๕๒๔: ๓)

 

 

๕. ประเภทของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

 

โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จำนวน ๒๕ โรงเรียน ใน ๒๓ จังหวัด และโรงเรียนประชานุเคราะห์ จำนวน ๒๕ โรง ใน ๒๒ จังหวัด และโรงเรียนฟ้าใสวิทยาเด็กตามวัตถุประสงค์เฉพาะ รวมทั้งสิ้น ๕๑ โรง ดังนี้   (สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๕๕)

๕.๑ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ คือ โรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นสำหรับเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ไม่สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนปกติได้ ได้แก่ เด็กชาวป่า ชาวเขา ชาวเรือ ชาวเกาะ เด็กที่อยู่ในท้องถิ่นทุรกันดารหรือมีปัญหาทางสภาพภูมิศาสตร์ เด็กที่ยากจนมาก กำพร้าบิดา หรือมารดาขาดผู้อุปการะ เด็กเร่ร่อน เด็กในแหล่งเสื่อมโทรม เด็กที่เป็นบุตรหลายของผู้ที่ได้รับภัยคุกคาม บุตรหลานของผู้ที่มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ บุตรหลานของผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย บุตรผู้ป่วยโรคเรื้อน หรือเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในลักษณะอื่นๆ

๕.๒ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ คือ โรงเรียนที่สร้างขึ้นตามโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระเมตตาเอื้ออาทรต่อประชาชน ซึ่งได้รับภัยพิบัติจากธรรมชาติ เช่นอุทกภัย วาตภัย และชาวไทยภูเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย และตามแนวชายแดน พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ให้เด็กที่บิดามารดาได้รับภัยพิบัติ เด็กยากจนขาดผู้อุปการะ และเด็กชาวเขาได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ฯ ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ประเภทประจำขึ้น เพื่อให้การสงเคราะห์ช่วยเหลือเด็กที่ประสบปัญหาดังกล่าว

๕.๓ โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต  คือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ที่จัดขึ้น                          สำหรับเด็กปัญญาเลิศ และเด็กที่มีความสามารถพิเศษ แต่ยากจนทุกพื้นที่ทั่วประเทศศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นโรงเรียนประเภทประจำอยู่ที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

๕.๔ โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ คือ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์สำหรับเด็กในชุมชนแออัด กรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนประเภทไป-กลับ ที่กรมสามัญรับโอนมาจากกรมประชาสงเคราะห์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๓

๕.๕ โรงเรียนฟ้าใสวิทยา โรงเรียนที่รับเด็กและเยาวชนชายที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด อยู่ในการดูแลของสถานพินิจ ศาลเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยและมีคำสั่งให้เข้ารับการศึกษาและอบรมที่โรงเรียนฟ้าใสวิทยา รับเด็กตามวัตถุประสงค์เฉพาะ

 

๖. สถานการณ์การจัดการศึกษาสงเคราะห์

 

โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ หมายถึง โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๑๙-๔๓ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๔๕-๕๗ โรงเรียนสมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต เป็นโรงเรียนสหศึกษา ประเภทอยู่ประจำ ๔๙ โรงเรียน โรงเรียนพิบูลประชาสรรค์มีลักษณะไป-กลับ ๑ โรงเรียน และโรงเรียนฟ้าใสวิทยาเป็นโรงเรียนที่รับเด็กและเยาวชนชายที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด รวมทั้งหมด ๕๑ โรงเรียน  สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

การจัดการศึกษาสงเคราะห์ได้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กด้อยโอกาส โดยรับนักเรียนแบบอยู่ประจำและไป-กลับ ตามพื้นที่บริการซึ่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย เน้นการส่งเสริมอาชีพ ทักษะการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของสถานศึกษา มีผลสำเร็จเกิดขึ้นในเชิงปริมาณ คุณภาพและประสิทธิภาพ สรุปได้ ดังนี้

๑. ด้านปริมาณ  ในปีการศึกษา ๒๕๕๓ มีนักเรียนด้อยโอกาส จำนวน ๓๘,๙๔๒ คน เป็นนักเรียนประจำ ๓๕,๖๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๖๕ นักเรียนไป-กลับ ๓,๒๔๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๘.๓๔ (ในจำนวนนี้เป็นเด็กพิการเรียนร่วม จำนวน ๑,๐๑๐ คน)   โดยการรับเด็กด้อยโอกาสในเขตพื้นที่ บริการให้ได้รับการศึกษา มีการคัดกรอง/พิจารณาคัดเลือกที่ยึดหลักระดับความรุนแรงของปัญหาและรับนักเรียนที่ประสบปัญหาเร่งด่วนหรือแบบปัจจุบันทันด่วน โดยใช้รูปแบบที่หลากหลายทั้งวิธีการปกติ วิธีการเชิงรุก และการรับนักเรียนในลักษณะไม่มีรอบไม่มีรุ่น

๒. ด้านคุณภาพ  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์มีเป้าหมายจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส โดยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จทั้งด้านผู้เรียน ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งด้านหลักสูตร ดังนี้

๒.๑ ด้านผู้เรียน มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับเด็กด้อยโอกาส โดยการจัดหอนอน เรือนพยาบาล อาคารประกอบ แหล่งเรียนรู้ต่างๆ สวัสดิการอาหาร เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์การเรียนรู้ รวมทั้งได้ร่วมมือกับเครือข่ายองค์กรอื่นๆ ในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส โดยมีเป้าหมาย เพื่อช่วยเหลือ ปกป้อง คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิของเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสได้รับการศึกษาและพัฒนาตนเองเท่าเทียมกับเด็กปกติทั่วไป มีโอกาสได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ทั้งทางด้านสุขภาพอนามัย ด้านอาชีพ ด้านความรู้ทั่วไป ด้านกฎหมาย ด้านคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรม เพื่อให้มีทักษะในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับบุคคลอื่นได้อย่างปกติสุข นอกจากนี้ นักเรียนยังได้รับการส่งเสริมความสามารถพิเศษเพื่อสร้างความเป็นอัตลักษณ์ให้กับนักเรียนแต่ละคน หรือเป็นการดูแลและจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการและจำเป็นของแต่ละคน นักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับจากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๐ ศึกษาต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้นทั้งสายสามัญและวิชาชีพ และบางส่วนประกอบอาชีพในสถานประกอบการหรือประกอบอาชีพส่วนตัว

๒.๒ ด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นผู้ที่มีภาระหน้าที่มากกว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนทั่วไป  จะต้องเป็นผู้ที่มีอุดมการณ์ ความเสียสละ อุทิศตนเองเพื่อสังคมเนื่องจากต้องปฏิบัติหน้าที่ในโรงเรียนแบบประจำ ดูแลผู้เรียนตลอด ๒๔ ชั่วโมง ดังนั้นจึงต้องได้รับการพัฒนาทักษะและประสบการณ์การจัดการศึกษาสงเคราะห์ด้วยกระบวนการที่หลากหลายและต่อเนื่อง เช่น การอบรมในหลักสูตรเฉพาะด้านจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาสงเคราะห์ รวมทั้งการเข้ารับการศึกษาต่อในสถาบันการศึกษา ทั้งนี้เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาปฏิบัติหน้าที่ทั้งด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านการอบรมสั่งสอนเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ด้านการบริการปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นกับการดำรงชีวิต ด้านการฝึกทักษะอาชีพ รวมทั้งด้านการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาทั้งด้านสังคมและจิตใจเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็งในการสืบสานเจตนารมณ์รูปแบบและวิธีการจัดการศึกษาสงเคราะห์ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

๒.๓ ด้านหลักสูตร  จัดหลักสูตรตามกระทรวงศึกษาธิการโดยเน้นการส่งเสริมวิชาชีพ มีหลักสูตรท้องถิ่นคือ หลักสูตรทักษะการดำรงชีวิต มีการส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ทั้งด้านทักษะทางวิชาการ ทักษะด้านอาชีพ ทักษะด้านกีฬา ทักษะด้านศิลปะ การสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ให้เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม จิตสำนึกความเป็นไทย มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมนำการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางดำเนินการ ดังนั้น กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ประสบผลสำเร็จในระดับมากทั้งนี้เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำ มีเวลาในการฝึกทักษะด้านต่างๆ ได้มากเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เป็นสำคัญ

๓. ด้านประสิทธิภาพ  การบริหารจัดการโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ได้มีพัฒนาการรูปแบบต่อเนื่องยาวนานจนเป็นรูปแบบที่ชัดเจนและมีกระบวนหลักในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพทั้งกระบวนการรับและคัดกรองเด็กด้อยโอกาส  กระบวนการพัฒนาผู้เรียน และกระบวนการส่งต่อ  ดังนี้

๓.๑ กระบวนการรับและคัดกรองเด็กด้อยโอกาส  โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ทั้ง ๕๐ แห่ง  จัดตั้งกระจายอยู่ทั่วประเทศ บางจังหวัดไม่มีโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และบางจังหวัดมีโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ มากกว่า ๑ แห่ง ดังนั้นกระบวนการคัดกรองเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาเพื่อเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จึงมีลักษณะพิเศษกว่าโรงเรียนอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่ของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จะใช้วิธีการคัดกรองนักเรียนเชิงรุกเป็นแนวปฏิบัติ กล่าวคือมีการแต่งตั้งคณะกรรมการไปสำรวจ ตรวจสอบสภาพจริงของเด็กด้อยโอกาสแต่ละคน ประสานงานกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ดูแลและช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งหน่วยงานทางการศึกษาที่พบเห็นเด็กที่อยู่ในสภาวะลำบากสมควรที่จะได้รับการพิทักษ์ คุ้มครองและการช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อนำเด็กด้อยโอกาสดังกล่าวมาเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ กระบวนการคัดกรองเชิงรุกสามารถกระจายพื้นที่การบริการให้ครอบคลุมทุกจังหวัดตามพื้นที่บริการที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แต่ละแห่งรับผิดชอบเป็นสำคัญ นอกจากวิธีการคัดกรองเชิงรุกแล้ว โรงเรียนยังเปิดรับสมัครเหมือนกับโรงเรียนทั่วๆ ไปอีกขั้นตอนหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อให้บุคคลทั่วไปที่คณะกรรมการคัดกรองเชิงรุกไม่สามารถเข้าถึงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของเด็กด้อยโอกาสที่กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ หรือบางรายมีปัญหาซ่อนเร้นที่ไม่สามารถเปิดเผยกับสังคมทั่วไป จึงเป็นกระบวนการที่เปิดโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอีกวิธีการหนึ่ง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสรับเด็กด้อยโอกาสเข้าเรียนร่วมกับเครือข่ายการศึกษาต่างๆ ที่ส่งมาเข้าเรียนได้ตลอดปีการศึกษา หรือที่เรียกกระบวนการนี้ว่า การรับแบบไม่มีรอบไม่มีรุ่น โดยยึดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นหรือได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้นเป็นสำคัญ

๓.๒ ด้านกระบวนการพัฒนาผู้เรียน   โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ จัดการศึกษาตามหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการ  มีหลักสูตรท้องถิ่นคือ หลักสูตรทักษะการดำรงชีวิต มีการส่งเสริมนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ทั้งด้านทักษะทางวิชาการ ทักษะด้านอาชีพ ทักษะด้านกีฬา ทักษะด้านศิลปะ ภายใต้การปลูกฝังให้เกิดสำนึกความเป็นไทย เป็นคนดีมีคุณธรรมจริยธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ยึดมั่นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และน้อมนำการบริหารจัดการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางดำเนินการ  กระบวนการพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ประสบผลสำเร็จในระดับมาก ทั้งนี้เนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำ มีเวลาในการฝึกทักษะด้านต่างๆ ได้มากเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เป็นสำคัญ

๓.๓ ด้านกระบวนการส่งต่อ ได้สร้างความเข้มแข็งให้กับผู้เรียน ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ หรืออาจเรียกอีกบริบทหนึ่งคือ กระบวนการช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ให้บรรลุถึงเป้าหมายปลายทางมากที่สุดเท่าที่จะดำเนินการได้  จากการดำเนินงานตามกระบวนการดังกล่าวที่ผ่านมานั้นได้ดำเนินการสองกิจกรรมหลัก คือ การส่งต่อนักเรียนที่ประสบปัญหาด้านพฤติกรรมหรือนักเรียนที่โรงเรียนค้นพบทักษะความสามารถพิเศษในระหว่างเรียนอยู่ในโรงเรียน ไปยังสถานศึกษาที่จัดการศึกษาในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการส่งต่อเพื่อรักษาสภาพการเป็นนักเรียนให้นานที่สุดและให้นักเรียนได้มีโอกาสการเรียนรู้หรือฝึกทักษะตามความถนัดของแต่ละคนมากที่สุด

นอกจากนี้ ยังได้พัฒนารูปแบบการส่งต่อนักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนแล้วเพื่อให้ได้รับโอกาสเข้าสู่อาชีพหรือเข้ารับการศึกษาต่อให้มากที่สุดโดยการประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อรับนักเรียนเข้าประกอบอาชีพ ประสานกับสถานศึกษาเพื่อจัดสรรโควตาพิเศษให้กับนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นหรือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาทักษะอาชีพให้เข้มข้นมากขึ้นเพื่อนำองค์ความรู้ไปประกอบอาชีพส่วนตัว เช่น โครงการพัฒนาเยาวชนในสายอาชีพ(องค์การยูนิเซฟร่วมกับโรงแรมระดับ ๕ ดาว) โครงการทุนการศึกษาโรงเรียนฝึกพนักงานโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ โครงการศูนย์การเรียนชุมชนศูนย์ปฏิบัติพุทธธรรมและบำเพ็ญกุศลนานาชาติ (วัดอรุณราชวรารามร่วมกับมูลนิธิ JWS ๖๐ USA) โครงการผลิตช่างเทคนิคแก่ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส (สถาบันไทย-เยอรมัน) โครงการทวิภาคีร่วมกับสถานประกอบการ กระบวนการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ จึงเป็นระบบการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสอย่างครบวงจรที่มีประสิทธิภาพ ในการพัฒนาผู้ด้อยโอกาสให้เป็นผู้สามารถพึ่งตนเองได้ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพของสังคมไทยให้มีความมั่นคง สมดุลและยั่งยืน

 

๗. ทิศทางการพัฒนาการจัดการศึกษาสงเคราะห์

 

แผนพัฒนาการจัดการศึกษาสงเคราะห์ ระยะ ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙) ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้เด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียมกับเด็กปกติทั่วไป และมีความเป็นอัตลักษณ์ในการพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสโดยสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาด้านการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและเรียนรู้ของคนไทย จึงได้กำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ กลยุทธ์ มาตรการและเป้าหมายการพัฒนา ดังต่อไปนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ๒๕๕๕)

๓.๓.๑ วิสัยทัศน์

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นองค์กรหลักในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ สอดคล้องกับอัตลักษณ์และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๓.๓.๒ พันธกิจ

๑) สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ให้เด็กด้อยโอกาสได้รับสิทธิและโอกาสการศึกษา

ขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึง และเหมาะสมกับอัตลักษณ์

๒) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส ด้วยรูปแบบวิธีการที่หลากหลาย                 เน้นการจัดการเรียนรู้เชิงบูรณาการตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

๓) พัฒนาประสิทธิภาพระบบการบริหารจัดการศึกษา ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา

๔) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสทุกภาคส่วน

 

๓.๓.๓ เป้าประสงค์

เด็กด้อยโอกาสทุกคนได้รับสิทธิและโอกาสการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างทั่วถึงและเหมาะสมกับอัตลักษณ์แห่งตน มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีคุณธรรม สำนึกในความเป็นไทย มีทักษะการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข

๓.๓.๔ กลยุทธ์

๑) ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้ทั่วถึง ครอบคลุม ผู้เรียนได้รับโอกาสการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เหมาะสมกับอัตลักษณ์

๒) พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการประกันคุณภาพ

๓) ปลูกฝังคุณธรรม จิตสำนึกในความเป็นไทย และทักษะการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๔) สรรหาและพัฒนาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสอย่างมีคุณภาพ

๕) พัฒนาระบบการบริหารและกลไกในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายการศึกษา

 

กลยุทธ์ที่  ๑  ขยายโอกาสทางการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กด้อยโอกาสให้ทั่วถึง ครอบคลุม ผู้เรียนได้รับโอกาสการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เหมาะสมกับอัตลักษณ์

มาตรการ

๑) พัฒนาระบบและจัดทำฐานข้อมูลเด็กด้อยโอกาสให้ทันสมัยเป็นปัจจุบัน

๒) กำหนด กฎ ระเบียบ หลักเกณฑ์ สร้างเครือข่ายการเข้าถึงเด็กด้อยโอกาส

๓) พัฒนากระบวนการรับนักเรียนเชิงรุก

๔) พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบการส่งต่อและระบบการสนับสนุน

๕) เพิ่มสถานศึกษาในการจัดการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาสตามความจำเป็นและสอดคล้องกับความต้องการของสังคม

๖) ส่งเสริมให้เด็กด้อยโอกาสได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ เหมาะสมกับอัตลักษณ์แห่งตนและเข้าถึงการศึกษาในระดับสูงขึ้นหรืออุดมศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กลยุทธ์ที่ ๒ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการประกันคุณภาพ

มาตรการ

๑) พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา  กรอบสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น  กำหนดระเบียบ หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการวัดและประเมินผล การเทียบโอน

๒) ส่งเสริมสนับสนุนการจัดทำ สื่อ นวัตกรรมการศึกษา

๓) ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการวิจัยทางการศึกษา

๔) พัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็ง

๕) พัฒนาระบบการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษา

๖) ส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ให้เป็นแกนนำในการจัดการเรียนร่วมความสามารถพิเศษใน ๔ ภูมิภาค

กลยุทธ์ที่ ๓ ปลูกฝังคุณธรรม จิตสำนึกในความเป็นไทย และทักษะการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มาตรการ

๑)  พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อปลูกฝัง คุณธรรมความเป็นไทยและทักษะการดำรงชีวิต       ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๒) พัฒนาโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

๓) ส่งเสริมให้โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จัดจัดกิจกรรมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้มีความหลากหลาย

๔) ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการยกย่อง เชิดชู สถานศึกษา และบุคลากรที่มีผลงานดีเด่น ด้านคุณธรรม และปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

กลยุทธ์ที่ ๔ สรรหาและพัฒนาผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสโอกาสอย่างมีคุณภาพ

มาตรการ

๑) กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทของการจัดการศึกษาสงเคราะห์

๒) ส่งเสริมสนับสนุนให้มีครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกรอบอัตรากำลัง

๓) พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความรู้ทักษะ ประสบการณ์ และมีเจตคติที่ดีต่อการจัดการศึกษาสงเคราะห์

๔) พัฒนาส่งเสริมสนับสนุนระบบสวัสดิการให้เหมาะสมกับภาระงาน

กลยุทธ์ที่ ๕ พัฒนาระบบการบริหารและกลไกในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย

มาตรการ

๑) เสนอให้มีกฎหมาย นโยบายระเบียบ และจัดทำแผนพัฒนาการจัดการศึกษาสงเคราะห์

๒) จัดทำเกณฑ์มาตรฐานโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

๓) พัฒนากลไกการประสานงานภาคีเครือข่ายการจัดการศึกษา

๔) จัดให้มีกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส

๕) ส่งเสริมความเข้มแข็งและพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

๖) พัฒนาศักยภาพในการประชาสัมพันธ์ ประสานงาน กำกับติดตามประเมินผล

๗) ส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือกับภาคเอกชนและขยายภาคีเครือข่ายการให้ความร่วมมือในการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ

 

มาตรการเร่งด่วน

เด็กด้อยโอกาสทุกคนได้รับบริการการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ภายในปี พ.ศ.๒๕๕๙ โดยมีมาตรการเร่งด่วน ดังนี้

๑) จัดทำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเด็กด้อยโอกาสให้เป็นปัจจุบัน เอื้อต่อการนำไปใช้ประโยชน์แก่

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

๒) เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสงเคราะห์ รวมทั้งระเบียบและแนว

ปฏิบัติต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสและการเสริมประสิทธิภาพบุคลากร

๓) เสนอให้มีหน่วยงานหรือองค์กรในการกำกับติดตาม ประเมินผลการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสที่เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ เพื่อสามารถกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนนโยบาย ยุทธศาสตร์และแผนงานชัดเจนที่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

๔) เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งการระดมทรัพยากรจากแหล่งอื่นๆเพื่อให้บริการการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส

๕) เร่งรัดการกระจายอำนาจให้โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีอิสระในกรอบการบริหารงานวิชาการ บุคคล งบประมาณและบริหารทั่วไป

๖) รณรงค์และสร้างกระแสการพัฒนาศักยภาพองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งชุมชนท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส

๗) พัฒนาบุคลากรในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาสำหรับผู้ด้อยโอกาส ให้มีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเต็มตามศักยภาพ

๘) พัฒนาครูและผู้บริหารโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ทั้งระบบในการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ

๙) เร่งรัดพัฒนาคุณภาพโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ทุกแห่ง  ดังนี้

๙.๑ สถานศึกษาทุกแห่งผ่านการรับรองมาตรฐานการศึกษามีระบบประกันคุณภาพภายในที่เข้มแข็ง และผ่านการรับรองจากการประเมินคุณภาพภายนอก (quality schools)

๙.๒ สถานศึกษาทุกแห่งส่งเสริมการจัดการศึกษาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยการขยายผลสถานศึกษาพอเพียงต้นแบบ (sufficiency economy)

๙.๓ สถานศึกษาทุกแห่งจัดหลักสูตรที่หลากหลายสร้าง ทางเลือกในการเรียนรู้ที่เน้นให้เด็กด้อยโอกาสทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง ลดอัตราการออกกลางคัน ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ (alternative learning)

๑๐) รณรงค์ ประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้รวมทั้งเผยแพร่ผลงานการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

 

Leave a Reply