รายงานผลการใช้ชุดการสอน เรื่องการทำลูกประคบสมุนไพร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่

ปีที่ผ่านการประเมินวิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ 29 สิงหาคม 2557
ชื่อผลงาน รายงานผลการใช้ชุดการสอนเรื่องการทาลูกประคบสมุนไพร กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่
ชื่อสกุลเจ้าของผลงาน นายวิทยาคม ศรีโสภารัตน์
หน่วยงาน/สังกัด โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่

บทคัดย่อ/สรุปเนื้อหา
การพัฒนาชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 สรุปผลดังนี้
1. การสร้างและการหาประสิทธิภาพของขุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ตามเกณฑ์ที่กาหนด 80/80 ผลการหาประสิทธิภาพชุดการสอน เรื่อง การลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียน
สอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าชุดการสอนที่ผู้รายงานสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ E1/E2 เฉลี่ยเท่า 83.33/84.18 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนด 80/80
2. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ใช้ชุดการสอน เรื่องการทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าผลสัมฤทธิ์ขึ้น ทางการเรียนสูง ก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย 23.50 ส่วนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย 34.34 พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนที่เรียนโดยใช้ ชุดการสอนเรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี แสดงว่าการเรียนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. การศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2556 ที่มีต่อการเรียนชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร มีระดับความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอน คิดเป็นค่าเฉลี่ย 4.58 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.541 ซึ่งอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด จึงสรุปได้ว่าในภาพรวมของการเรียนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร จานวน 9 ชุด ส่งผลให้นักเรียนสนใจและตั้งใจเรียน มีความสุขกับการเรียน

อภิปรายผล
จากการพัฒนาชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ ผู้รายงานได้นาประเด็นที่ค้นพบมาอภิปรายดังนี้
1. ผลการหาประสิทธิภาพชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร มีประสิทธิภาพ E1/E2 เฉลี่ยเท่ากับ 83.33/84.18 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนด 80/80 เนื่องจากชุดการสอนเป็นสื่อประสมที่สามารถจัดให้เป็นระบบ เป็นเครื่องมือถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ให้แก่นักเรียน ช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามเป้าหมาย และเสริมคุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น พร้อมกับสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลได้เป็นอย่างดี ชุดการสอนฉบับนี้ได้ผ่านการสร้างและหาคุณภาพที่มีประสิทธิภาพผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญทีละขั้นตอนจนได้ชุดการสอนที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ที่กาหนดไว้ซึ่งสอดคล้องกับ วิชชารัตน์ สิมพลีวงศ์ (2550 : หน้า 73) ได้วิจัยเรื่อง การสร้างชุดการสอน เรื่อง การปลูกผักปลอดสารพิษด้วยเทคนิคชีวภาพ สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพโดยเทียบกับเกณฑ์ 80/80 พบว่าชุดการสอน เรื่อง การปลูกผักปลอดสารพิษ ด้วยเทคนิคชีวภาพ ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 สอดคล้องกับ นงเยาว์ ชาญสุข (2552 : บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่องการสร้างชุดการสอน เรื่องการปลูกไม้ดอกในภาชนะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดการสอน เรื่อง การปลูกไม้ดอกในภาชนะ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพ E1/E2 เฉลี่ยเท่ากับ 85.20/84.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพรพบว่ามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียน มีคะแนนเฉลี่ย 34.34 คะแนน เพิ่มขึ้นจากก่อนเรียน 10.84 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40 คะแนน เนื่องจากชุดการสอนดังกล่าวได้ผ่านการทดลองใช้ มีการปรับปรุงเนื้อหาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ได้ปรับปรุงมาหลายขั้นตอน มีคุณภาพและประสิทธิภาพส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับ วิลิม รู้ทานอง (2552 : บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่อง การใช้ชุดการสอน เรื่อง งานเกษตรคู่บ้าน สาหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง งานเกษตรคู่บ้าน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความก้าวหน้าเฉลี่ยร้อยละ 37.43 ซึ่งสูงกว่าก่อนเรียน สอดคล้องกับ อาภาพัชร์ ดวงคงทอง (2551 : บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาชุดการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (งานเกษตร) มีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
3. การศึกษาระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี พบว่า ภาพรวมนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด เฉลี่ย 4.58 ซึ่งแสดงว่านักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียน
สรุปได้ว่า การพัฒนาการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร รายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคเหนือในพระบรมราชินูปถัมภ์ จังหวัดเชียงใหม่ สามารถพัฒนาและหาประสิทธิภาพได้ตามเกณฑ์ที่กาหนด 80/80 ทาให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้ชุดการสอน เรื่อง การทาลูกประคบสมุนไพร ในระดับ มากที่สุด

ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะการนาชุดการสอนไปใช้
1. การนาชุดการสอนนี้ไปใช้ ครูควรมีการเตรียมตัวให้พร้อม โดยศึกษาคู่มือการใช้ชุดการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ อย่างละเอียด เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนในการสอนตามกิจกรรมการเรียนการสอนที่กาหนดและตรวจสอบสภาพของสื่อที่ระบุในชุดการสอน ว่ามีครบหรือไม่ และหากยังไม่เคยใช้สื่อ ควรทดลองใช้ ให้มีความคล่องตัวเสียก่อน เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ ใบงาน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เพียงพอกับจานวนนักเรียน จะช่วยให้การทากิจกรรมไม่ติดขัด กิจกรรมต่อเนื่องนักเรียนมีความกระตือรือร้น อยากมาเรียนและมาเรียนตรงเวลา
2. ในการสอนตามแผนการเรียนรู้แต่ละชุดการสอน หากพบว่านักเรียนยังไม่ผ่านเกณฑ์ตามจุดประสงค์ ควรมีการสอนซ่อมเสริมหรือสอนนอกเวลา จะทาให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงและยังเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนการสอนอีกด้วย ช่วยให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาก่อนไปเรียน เนื้อหาต่อไป
3. ควรประยุกต์ ชุดการสอนนี้ให้สามารถสอนโดย บูรณาการวิธีการสอนแบบต่าง ๆ ให้นักเรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้มากที่สุด เพราะจุดประสงค์การเรียนรู้แต่ละจุดประสงค์ไม่สามารถใช้วิธีการสอนเพียงวิธีการเดียว
4. ควรเน้นคุณธรรม ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบ ต่อตนเองของนักเรียน และในการปฏิบัติงานกลุ่ม ด้วยความเอาใจใส่ เป็นกรณีพิเศษ
ข้อเสนอแนะเพื่อการศึกษาและวิจัย ครั้งต่อไป
1. การผลิตชุดการสอนมีกระบวนการหลายขั้นตอน ผู้จัดทาควรมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับการผลิตชุดการสอนและต้องอาศัยบุคคลหลายกลุ่ม เช่น ผู้ชานาญการเนื้อหาวิชาที่ผลิต นักวัดผล และนักเทคโนโลยีทางการศึกษา มาร่วมกันวางแผนและนาไปทดสอบหาประสิทธิภาพการใช้ การผลิตอย่างเป็นระบบ จึงจะเป็นที่ยอมรับของครูและผู้บริหาร ผู้ใช้เกิดความมั่นใจ และหากผลิตขึ้นใช้ในจานวนมากจะสามารถช่วยลดต้นทุนในการผลิต
2. การผลิตชุดการสอนให้ใช้ได้สมบูรณ์จริง ๆ จาเป็นต้องผลิตชุดการสอนในรายวิชานั้นตลอดหลักสูตร โดยนาเนื้อหามาแบ่งเป็นหน่วยการสอน ไม่เจาะจงเนื้อหาตอนใดตอนหนึ่งมาจัดทาเท่านั้น จึงจะทาให้สามารถช่วยแก้ปัญหาในการเรียนการสอนได้อย่างแท้จริง

Leave a Reply