ภารกิจดูแลนักเรียนประจำของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

ภารกิจการดูแลนักเรียนประจำของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

 

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เป็นหน่วยงานที่จัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสที่อยู่ในสภาวะยากลำบากเสี่ยงต่อการได้รับอันตราย หรือถูกชักจูงให้เข้าสู่วงจรปัญหาสังคม หากไม่ได้รับการพัฒนาหรือดูแลพิทักษ์ปกป้องคุ้มครองอย่างเหมาะสม เด็กด้อยโอกาสส่วนหนึ่งจะถูกผลักดัน และหล่อหลอมให้มีพฤติกรรมไปในทางที่ไม่พึงประสงค์ ถูกล่อล่วงละเมิดสิทธิทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และทางเพศ ถูกใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม หรือตกเป็นเครื่องมือของผู้มีอิทธิพล และมิจฉาชีพนำไปสู่ปัญหาอาชญากรรม ปัญหายาเสพติด ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในสังคมและปัญหาอื่นๆ

 

การศึกษาสงเคราะห์เป็นวิธีการจัดการศึกษาในลักษณะเดียวกับการศึกษาในระบบ แต่มีรูปแบบพิเศษที่มุ่งให้การดูแลนักเรียนเฉพาะผู้ด้อยโอกาส โดยรัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการจัดบริการต่างๆ แบบให้เปล่าโดยให้ผู้ด้อยโอกาสเข้ารับการศึกษา ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งในลักษณะอยู่ประจำและไปกลับ ใช้หลักสูตรปกติของกระทรวงศึกษาธิการ แต่มุ่งพัฒนาผู้ด้อยโอกาส ให้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการดารงชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ถูกต้อง มีเจตคติที่ดีต่อสังคมและประเทศชาติ การจัดการศึกษาสงเคราะห์เป็นรูปแบบการศึกษา และดูแลเด็กให้พ้นจากวงจรของปัญหา ลดความเสี่ยงต่อการออกกลางคัน หรือการหลุดจากระบบการศึกษา ช่วยให้ผู้ด้อยโอกาสสามารถรับบริการทางการศึกษาได้อย่างเต็มที่

 

การบริหารงานการดูแลนักเรียนประจำ การบริหารจัดการของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ นอกเหนือจากการจัดการเรียนการสอน ทางด้านวิชาการตามหลักสูตรของหน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ภารกิจที่เป็นหน้าที่สำคัญอีกอย่างที่ โรงเรียนต้องรับผิดชอบไปพร้อมกันของแต่ละวัน คืองานดูแลนักเรียนประจำ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการบริหารจัดการ ทั้งนี้เพราะหากโรงเรียนมีกระบวนการดูแลนักเรียนประจำที่ดี ก็จะส่งผลกระทบให้งานในส่วนอื่นๆนั้น พัฒนาไปด้วยโดยง่าย ดังนั้นโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จะต้องบริหารจัดการ การทำงานด้านการดูแลนักเรียนประจำให้ชัดเจน เพื่อให้ภาระงานมีความครอบคลุมงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

งานหอนอน เป็นงานที่สำคัญ สำหรับครูผู้ทำหน้าที่ดูแลประจำหอนอนนับเป็นบุคลากรที่มี ความสำคัญยิ่งในการดูแลนักเรียน เนื่องจากต้องอยู่ใกล้ชิดกับนักเรียน จนเสมือนเป็นพ่อแม่คนที่สองของนักเรียน ดังนั้นครูประจำหอนอนต้องมีความเสียสละ มีความรู้ ทักษะ ความเข้าใจ ในการดูแลนักเรียน มีจิตวิญญาณของความเป็นครู รู้จักหน้าที่และรักษาระเบียบวินัยของข้าราชการครู อีกทั้งเป็นแบบอย่างที่ดี สามารถหล่อหลอมนักเรียนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งภูมิหลัง สภาพครอบครัว วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ ให้สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข ดูแลเอาใจใส่ให้ความรักความอบอุ่นแก่นักเรียนอย่างทั่วถึง ครูประจำหอนอนนับว่ามีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนทุกคนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สามารถดำรงชีวิตอย่างเป็นสุขใน สังคม

 

แนวทางการจัดระบบหอนอน ได้แก่

  1. การจัดครูเข้าประจำหอนอน จะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพของครูผู้ทำหน้าที่ดูแล นักเรียนประจำหอนอน โรงเรียนจะต้องพิจารณาคุณลักษณะของครูในประเด็นต่อไปนี้

1.1. เป็นครูเพศเดียวกับเด็กนักเรียนในหอนอนกรณีครูเพศชายมีไม่เพียงพออาจ ให้ครูเพศหญิงดูแลนักเรียนหอนอนชายได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหารโรงเรียน ยกเว้นครู ชายไม่สามารถจัดให้เป็นครูหอนอนของนักเรียนหญิงโดยเด็ดขาด การจัดอัตราส่วนในการดูแล ระหว่างจำนวนครูต่อนักเรียนนั้น ควรเป็นอัตราส่วน 1 : 40

1.2. เป็นผู้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ที่เหมาะสมกับการเป็นครูประจำหอนอน

1.3. เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรมและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน

1.4. เป็นผู้ที่มีสุขภาพกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและมีสุขภาพจิตที่ดี

1.5. เป็นผู้ที่ดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

  1. การจัดนักเรียนเข้าหอนอนจะต้องแยกตามเพศและวัยที่เหมะสม เช่น ระดับ ประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือตามความจำเป็นของทรัพยากร ในการดูแลนักเรียนประจำของแต่ละโรงเรียน
  2. จัดนักเรียนให้รุ่นพี่มีส่วนร่วมในการดูแลรุ่นน้อง โดยอาจจะแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 8-10 คน และมีนักเรียนรุ่นพี่ช่วยดูแลนักเรียนรุ่นน้องอย่างใกล้ชิดตามวิถีประชาธิปไตย
  3. สร้างกฎหรือระเบียบของหอนอนโดยความเห็นชอบจากโรงเรียนและจะต้องเป็นกฎ หรือระเบียบที่นักเรียนแต่ละวัยสามารถปฏิบัติได้ มีความยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมของ สถานการณ์และวัฒนธรรมของแต่ละท้องถิ่น
  4. จัดให้ครูทุกคนมีส่วนร่วมในการอบรมนักเรียนในหอนอนเพื่อส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความใกล้ชิด และอบอุ่นระหว่างครูหอ นอนกับนักเรียนได้เป็นอย่างดี
  5. จัดให้มีเวรช่วยพัฒนาสภาพแวดล้อมของหอนอนนักเรียน ให้ถูกสุขลักษณะอันได้แก่ ความสะอาดของห้องส้วม โรงอาบน้ำ ที่นอน พื้นที่บริเวณรอบๆ หอนอน รวมทั้งความร่มรื่น และ สวยงามตลอดเวลา
  6. จัดระบบการซัก-รีดการทำความสะอาดเครื่องใช้ส่วนตัว ครูประจำหอนอนจะต้อง กวดขันดูแลอย่างใกล้ชิด จัดให้มีเครื่องซักผ้าไว้บริการให้นักเรียนชั้นเล็กๆ เช่นประถมศึกษาปีที่ 1 -3 โดยมีนักเรียนรุ่นพี่เป็นผู้ควบคุมดูแล แต่เมื่อนักเรียนโตขึ้นตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นต้นไป ควรจะได้ฝึกซักผ้าเองโดยมีนักเรียนรุ่นพี่เป็นผู้ดูแล รวมทั้งผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าเช็ดตัว นักเรียนต้องดูแลให้สะอาด นอกจากนี้การจัดตู้เสื้อผ้าจะต้องเป็นระเบียบ และมีการ ตรวจตราอยู่เสมอ
  7. การสร้างความสุขและความอบอุ่นให้แก่นักเรียนโดยครูประจำหอนอนต้องสืบค้น ประวัติของนักเรียนทุกคนรวมทั้งคอยสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในหอนอน หรือบ้านพักเป็น ประจำ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และทักษะทางสังคมที่ต้องเรียนรู้ การอยู่ร่วมกัน โดยครูควรที่จะหาโอกาสได้แสดงออกกับนักเรียน ในความดูแลของตนเอง อย่างต่อเนื่อง ดังนี้

8.1 ให้ความใกล้ชิดเพื่อดูแลทุกข์สุขของนักเรียนรวมทั้งแสดงความเห็นอกเห็นใจเมื่อ นักเรียนขอคำปรึกษาทุกครั้ง

8.2 มีส่วนร่วมกับนักเรียนในการจัดบรรยากาศหอนอนให้เสมือนบ้านมีสภาพที่ เหมาะสมและเอื้อต่อการทำกิจวัตรประจำวันของนักเรียน เช่นมุมทำการบ้าน มุมอ่านหนังสือ มุม พักผ่อน และป้ายนิเทศที่จำเป็นตามเหตุการณ์สำคัญ หรือองค์ความรู้ที่จำเป็นของนักเรียนแต่ละวัย

8.3 จัดนักเรียนให้มีโอกาสไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ตามเวลาโอกาสต่าง ๆ

8.4 จัดกิจกรรมนันทนาการตามเวลา และโอกาสอันควร

8.5 หาโอกาสยกย่อง ชมเชยและสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเรียนหอนอนหรือ บ้านพักที่กระทำความดีในทุกโอกาส

8.6 ครูต้องแสดงออกซึ่งการให้ความรัก ความเมตตา และให้เกียรติกับนักเรียนทุกคน เสมือนลูกที่แท้จริง

8.7 ครูควรให้ความสำคัญกับกิจกรรมการนำนักเรียนส่งกลับบ้าน หรือการ ประสานงานผู้ปกครองของนักเรียนกรณีฉุกเฉิน

8.8 การปลูกฝังให้นักเรียนรู้จักช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น การใช้ชีวิตโดยยึดหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นเครื่องมือในการสร้างความรับผิดชอบ และการมีวินัยในตนเอง

8.9 การดูแลเอาใจใส่ กวดขัน และติดตามการเรียนของนักเรียนในหอนอน ทั้งเป็นที่ ปรึกษาการทำการบ้านหรือการสอนเสริมสำหรับนักเรียนทีมีความสนใจและมีปัญหาด้านการเรียนรู้

8.10 จัดให้มีระบบควบคุมดูแลดูแลรักษาความปลอดภัยในหอนอน

 

งานอนามัย เป็นงานที่จะต้องดูแล ส่งเสริม ป้องกันและแก้ไขปัญหาสุขภาพของนักเรียน ทั้งในเวลา ปกติ และในเวลาที่นักเรียนประสบปัญหาสุขภาพนักเรียนคนใดที่มีความเป็นอยู่ และอนามัยส่วนตัวต่ำกว่ามาตรฐานก่อนที่เข้ามาเรียนในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์โรงเรียนต้องเอาใจใส่ด้านสุขภาพ อนามัยของนักเรียนเป็นพิเศษ นอกจากนี้งานอนามัยจะต้องมีการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างสุขนิสัยที่ ดีงามให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกตนเองจนเป็นนิสัยและสามารถนำไปเผยแพร่แก่บุคคลใน ครอบครัวของตนเอง และผู้อื่น ดังนี้

  1. การตรวจสุขภาพนักเรียนกิจกรรมดังกล่าวควรดำเนินการดังต่อไปนี้

1.1 ให้มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้นในวันเปิดภาคเรียน

1.2 ให้มีการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

1.3 ให้บริการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรค

1.4 ให้มีการจัดทำฐานข้อมูลด้านสุขภาพนักเรียน

1.5 ให้มีการดูแลรักษาสุขภาพนักเรียนบางคนเป็นกรณีพิเศษ สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้าน สุขภาพเฉพาะโรค เช่น โรคหัวใจ โรคหอบหืด เป็นต้น 1.6.ให้มีการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพ

  1. การรักษาพยาบาลเบื้องต้นโรงเรียนมีครูพยาบาลและมีเรือนพยาบาลพร้อมเวชภัณฑ์ยาที่ จำเป็นพื้นฐาน เพื่อให้บริการนักเรียนที่เจ็บป่วยในเบื้องต้น และหากมีความจำเป็นต้องรับการรักษา ขั้นสูงโรงเรียนต้องจัดยานพาหนะบริการส่งต่อโรงพยาบาลตลอดเวลา
  2. การจัดระบบสุขาภิบาลในโรงเรียนซึ่งโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แต่ละแห่งในประเทศไทยจะมีประชากรทั้งนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นจำนวนมากนับหลายร้อยคน จึงต้องมีระบบ ดูแลที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ได้แก่

3.1 กำจัดขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธีโดยใช้กระบวนการแยกขยะ หากเป็นขยะที่สามารถ นำกลับมาใช้ใหม่ได้ ให้นำกลับมาใช้ใหม่ เช่น การนำเศษอาหารไปเลี้ยงสัตว์ทำปุ๋ยหรือนำไปทำแก๊ส ชีวภาพ หากเป็นขยะที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ให้ใช้การฝังกลบ หรือการประสานงาน สำนักงานเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นดำเนินการนำขยะไปกำจัดให้ถูกวิธีต่อไป เพื่อ ป้องกันเชื้อโรคที่แพร่ระบาดมากับพาหะนำโรคอันได้แก่แมลงวัน หนูหรือสุนัขเป็นต้น

3.2 ควรจัดระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข

3.3 จัดให้มีการบริการกำจัดยุงในวันปกติที่นักเรียนออกจากหอนอนไปเรียนหนังสือ หรือเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาฉีดหมอกควัน กำจัดยุงอย่างน้อย ภาคเรียนละ 2 ครั้ง

3.4 จัดบริการห้องน้ำห้องส้วมที่ถูกสุขลักษณะอนามัย ทั้งบริเวณหอนอน หรือ บ้านพักและบริเวณอาคารเรียนให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน(ตามมาตรฐานส้วม HASของ กระทรวงสาธารณสุข)

3.5 จัดกิจกรรมเสริมสร้างสุขอนามัย โดยใช้วิธีการที่หลากหลายในการให้ความรู้ แก่ นักเรียนทุกเดือน เพื่อเป็นการสร้างองค์ความรู้ในการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ต่างๆ เช่น โรคหวัด ตาแดง ท้องร่วง อหิวาตกโรค กาฬโรค โรคเอดส์ รวมถึงการต่อต้านยาเสพติด ชนิดต่างๆ

 

งานโภชนาการ โรงเรียนต้องจัดบริการอาหาร ให้เหมาะสม มีคุณค่าทางอาหารครบ สะอาด ตามหลักอนามัย โดยควรมีแนวทางการดำเนินการดังนี้

  1. จัดให้มีครูโภชนาการจัดทำรายการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยให้ คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนครูและผู้แทนนักเรียนมีส่วนร่วมในการเสนอรายการอาหารด้วย ทุกครั้ง
  2. วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารต้องมีคุณภาพ มีปริมาณเพียงพอ และมีระบบการจัดเก็บที่ ถูกสุขลักษณะ
  3. บุคลากรที่มีหน้าที่ในการประกอบอาหารจะต้องรักษาความสะอาดร่างกาย เช่น สวม เสื้อผ้าที่สะอาด มีที่คลุมผม ผ้ากันเปื้อน ซึ่งบุคลากรเหล่านี้จะต้องได้รับการอบรมเพื่อให้มีความรู้การ ประกอบอาหารและได้รับการตรวจสุขภาพอยู่เสมอ
  4. ภาชนะและอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาหาร ต้องดูแลบำรุงรักษาให้สะอาดถูกสุขอนามัย และจัดเก็บให้เป็นสัดส่วน
  5. จัดให้มีระบบป้องกันภัยจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊สหุงต้ม
  6. อาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว เพื่อรอการให้บริการจะต้องมีฝาปิดให้มิดชิด หรือใช้ผ้าขาวบาง ปิดเพื่อป้องกันฝุ่น แมลง และจัดวางไว้บนโต๊ะที่สะอาด
  7. ครูเวรประจำวันต้องดูแลการตักอาหารของนักเรียนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้ง อบรมวิธีการรับประทานอาหารและมารยาทในการรับประทานอาหารให้กับนักเรียนเป็นประจำ
  8. สถานที่รับประทานอาหาร จะต้องได้รับการดูแลในเรื่องการรักษาความสะอาดและ จัดความเป็นระเบียบของโต๊ะและเก้าอี้
  9. ให้มีที่ล้างภาชนะใส่อาหารของนักเรียน มีที่รองรับกักเก็บเศษอาหาร มีวัสดุงานบ้าน เพื่อทำความสะอาดที่รับประทานอาหาร มีอ่างล้างมือและที่จัดเก็บภาชนะที่เหมาะสม
  10. จัดให้มีที่ดักไขมันบริเวณทางระบายน้ำและมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ถูกสุขลักษณะ
  11. จัดให้มีน้ำดื่มที่สะอาดโดยผ่านการรับรองจากสาธารณสุข น้ำที่บริโภคจะต้องมีการ ผสมสารไอโอดีน ควรจัดให้มีการตรวจคุณภาพน้ำดื่มอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
  12. น้ำที่ใช้ในการอุปโภคต้องเป็นน้ำที่สะอาดและโรงเรียนจะต้องมีมาตรการให้นักเรียน ใช้น้ำอย่างประหยัด

 

งานบริการ โรงเรียนควรจัดสวัสดิการเพื่อบริการเสริมให้กับนักเรียนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน กับการ ใช้ชีวิตประจำวัน และเป็นบริการขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนทุกคน ที่สมควรได้รับการดูแล ดังนี้

  1. ธนาคารโรงเรียน ซึ่งเป็นการบริการเพื่อให้นักเรียนรู้จักประหยัดและเก็บออม
  2. บริการด้านสื่อสารคมนาคม เช่น จดหมาย พัสดุ ธนาณัติ โทรศัพท์สาธารณะ อินเตอร์เน็ต และเสียงตามสาย
  3. จัดระเบียบเครือข่ายในการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครอง ที่สามารถปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว
  4. จัดระบบบริการน้ำดื่มที่สะอาดและเพียงพอกับนักเรียนในหอนอน
  5. จัดแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเองให้สอดคล้องกับความต้องการและความจำเป็นของนักเรียน ประจำ เช่น ห้องสมุดเคลื่อนที่ จัดแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย

 

งานอาคารสถานที่ เป็นงานที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง ดูแล บำรุง รักษา ตรวจสอบ และปรับปรุงซ่อมแซม สิ่งก่อสร้างวัสดุครุภัณฑ์และอุปกรณ์ในหอนอน รวมถึงการพัฒนาบริเวณโดยรอบหอนอน ให้พร้อมที่จะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โรงเรียนอาจแบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบ ให้กับครู และนักเรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดูแลซึ่งอาจมีการพัฒนาพื้นที่โดยการทำสวนหย่อม ปลูกดอกไม้ ไม้ประดับ ตามความเหมาะสม และมีมาตรการบำรุงรักษาต้นไม้ที่ปลูกให้สวยงามเป็น ระเบียบ และสะอาดอยู่เสมอ ภารกิจที่สำคัญของงานอาคารสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลนักเรียนประจำในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ ได้แก่

  1. จัดโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ระบบน้ำ ไฟฟ้า ห้องน้ำ ห้องส้วม ยานพาหนะ สิ่งแวดล้อม ด้านกายภาพตามระบบสุขาภิบาลและระบบสาธารณูปโภค
  2. จัดทำสวนหย่อมบริเวณหอนอน หรือบ้านพักให้เกิดความสวยงาม และร่มรื่นแก่ผู้อาศัย
  3. ปลูกพืชผักสวนครัวและพืชประเภทรั้วกินได้โดยทำเป็นแนวรั้ว และสามารถนำผลผลิต จากพืชดังกล่าวมาทำอาหารได้
  4. จัดให้มีถังขยะในจุดต่างๆ ที่เพียงพอและเหมาะสม เขียนป้ายแยกชนิดของขยะที่ย่อย สลายได้และย่อยสลายไม่ได้ เพื่อให้นักเรียนได้รู้จักการแยกขยะสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ทำปุ๋ยหมัก หรือคัดแยกไปจำหน่ายต่อไป
  5. ตรวจสอบสภาพหอนอนให้อยู่ในสภาพการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมั่นคงแข็งแรง และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอ
  6. ตรวจสอบอุปกรณ์ประจำหอนอนนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของนักเรียน ทุกชนิดให้ปลอดภัยและให้มีประสิทธิภาพพร้อมใช้งาน
  7. ดูแลการทำความสะอาดบริเวณโรงอาบน้ำ ห้องส้วม และบริเวณโดยรอบอย่างสม่ำเสมอ

 

งานรักษาความปลอดภัย เป็นกิจกรรมเกี่ยวกับการปกป้อง คุ้มครอง พิทักษ์และรักษาไม่ให้ นักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนได้มีโอกาสประสบกับอันตรายในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอันตราย ต่อร่างกาย จิตใจ สติปัญญา รวมทั้งเจตคติที่ไม่พึงประสงค์ ดังนั้นโรงเรียนต้องมีมาตรการในการ รักษาความปลอดภัยในสิ่งที่มักจะเกิดขึ้นในโรงเรียนประจำ ดังนี้

  1. การป้องกันไม่ให้นักเรียนได้สัมผัสกับสิ่งเสพติดในรูปแบบต่างๆ เช่น บุหรี่เครื่องผสม แอลกอฮอลล์หรือสารเสพติดชนิดต่างๆ โดยครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกันตรวจตราอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กระบวนการนำนักเรียนมาส่งที่โรงเรียนในวันแรก การตรวจตู้เสื้อผ้านักเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ ละ1 ครั้ง รวมทั้งให้มีการสุ่มตรวจปัสสาวะอย่างน้อย เดือนละ1 ครั้ง
  2. การจัดระบบการจราจรในโรงเรียนให้เหมาะสม โดยจัดให้มีเครื่องหมายการจราจรใน เส้นทางที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โรงเรียนจะต้องให้การอบรมนักเรียนเรื่องการเดินริมถนน การข้าม ถนน ต้องมีการกำชับรถทุกคันที่เข้ามาในบริเวณโรงเรียนจะต้องปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรอย่าง เคร่งครัด มีการกำหนดความเร็วของยานพาหนะในบริเวณโรงเรียน จัดให้มีที่จอดรถในบริเวณ โรงเรียน และสำหรับผู้ที่มาเยี่ยมโรงเรียนให้เหมาะสม และเพียงพอ
  3. โรงเรียนที่อยู่ใกล้หรือมีแหล่งน้ำ ต้องมีมาตรการในการป้องกัน เช่น มีป้ายห้ามนักเรียน ลงเล่นน้ำ ควรมีรั้วกั้น ตลอดจนมีครูเวรคอยสอดส่องดูแลว่ากล่าวตักเตือน ควรมีครูรับผิดชอบฝึกให้ นักเรียนว่ายน้ำเป็น และจัดให้มีอุปกรณ์ในการช่วยเหลื่อผู้ที่ประสบอุบัติเหตุทางน้ำให้เหมาะสมเพื่อ จะได้ช่วยตนเองและผู้อื่นเมื่อมีอุบัติเหตุ
  4. ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์จะต้องได้รับการตรวจสอบอยู่เสมอ หากช ารุดหรือหมดอายุ การใช้งาน จะต้องดำเนินการเปลี่ยนใหม่ นอกจากนี้โรงเรียนต้องติดตั้งระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น
  5. ครูไม่ควรให้นักเรียนไปปฏิบัติงานในบริเวณที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุ เช่น กันสาดหลังคา ขึ้นต้นไม้หรือลงสระน้ำ เป็นต้น
  6. โรงเรียนต้องมีมาตรการและอุปกรณ์ในการป้องกันอัคคีภัย ดังนี้

6.1 จัดให้มีถังดับเพลิงทุกหอนอน และตรวจสอบให้พร้อมใช้งานเป็นระยะ

6.2 ให้ความรู้และฝึกปฏิบัติวิธีป้องกันอัคคีภัย และซักซ้อมวิธีการหนีไฟจากอาคาร ต่างๆ ของโรงเรียนอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

  1. โรงเรียนควรจัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น งูพิษ สุนัขบ้า หรือ สัตว์อื่นที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
  2. โรงเรียนควรมีมาตรการในการป้องกันอันตรายจากบุคคล เช่น การทำร้ายร่างกาย การ ล่อลวง การลักพาตัวการล่วงละเมิดทางเพศ หรือบุคคลที่ก่อความไม่สงบ เพื่อสร้างความวุ่นวาย ให้กับสังคม เป็นต้น
  3. ให้โรงเรียนดำเนินการป้องกันอุบัติภัยอื่นๆ ตามความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน เช่น พายุ น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินไหว หรือ สึนามิเป็นต้น

 

กิจวัตรประจำวันของนักเรียนประจำในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์

กิจวัตรประจำวันของนักเรียนประจำ ของโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แต่ละแห่ง โดยทั่วไปแล้วจะมีกิจวัตรประจำวันที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน โดยมีหลักการเพื่อฝึกให้นักเรียนทั้งหมดได้ปฏิบัติอยู่ในกรอบระเบียบปฏิบัติเดียวกัน ดังนี้

เวลา 05.00 น. – ตื่นนอน จัดเก็บเครื่องนอน ทำธุระส่วนตัว

เวลา 05.15 น. – ออกกำลังกาย พัฒนาร่างกายและจิตใจ

เวลา 06.00 น. – กิจกรรมพัฒนาหอนอน พื้นที่ส่วนกลาง และกิจกรรมอื่นที่ได้รับมอบหมาย

เวลา 06.30 น. – ภารกิจส่วนตัว อาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย

เวลา 07.00 น. – รับประทานอาหารเช้า

เวลา 08.00 น. – กิจกรรมหลักไตรรงค์

เวลา 08.30 น. – เข้าเรียนภาคเช้า

เวลา 12.00 น. – รับประทานอาหารกลางวัน

เวลา 13.00 น. – เข้าเรียนภาคบ่าย

เวลา 16.00 น. – เลิกเรียน กิจกรรมสร้างเสริมประสบการณ์และกิจกรรมอื่นที่ได้รับมอบหมาย

เวลา 18.00 น. – กิจกรรมหลักไตรรงค์ / รับประทานอาหารเย็น

เวลา 18.30 น. – เข้าหอนอนปฏิบัติภารกิจส่วนตัว อาบน้ำ ชำระล้างร่างกาย

เวลา 19.00 น. – ทำการบ้านอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน

เวลา 20.00 น. –ไหว้พระสวดมนต์ ปฏิบัติกิจทางศาสนา ครูประจำหอนอนพูดคุยให้การอบรม แนะนำ

เวลา 21.00 น. – เข้านอน

สำหรับในวันหยุดจะมีกิจกรรมพัฒนาโรงเรียน ในช่วงเช้า หลังจากนั้นจะเป็นเวลาว่างให้นักเรียนทำกิจกรรมตามความถนัดและความสนใจ

จากบทบาทและภารกิจของการจัดการศึกษาสงเคราะห์ สำหรับนักเรียนแบบอยู่ประจำ ที่ต้องดูแลนักเรียนตลอด 24 ชั่วโมง ในแต่ละวัน ผู้บริหาร คุณครู บุคลากรและนักเรียน ต่างปฏิบัติหน้าตามบทบาทของตนเอง ดำเนินชีวิตอยู่ในรอบรั้วของโรงเรียนซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีทั้งความรัก ความผูกพัน ความสามัคคีนั้น คงจะไม่เกินเลยความจริงไปนักหากจะกล่าวว่า โรงเรียนเสมือนบ้าน ครูเสมือนพ่อแม่ นักเรียนเสมือนพี่น้องกัน

 

อ้างอิง http://www.vcharkarn.com/uploads/journal/5/vcharkarn-journal-5965_3.pdf

 

Leave a Reply