สื่อ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก และการปรับสภาพแวดล้อม

สื่อ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก  และการปรับสภาพแวดล้อม

เราสามารถจำแนกประเภทของสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพได้ดังนี้

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการสื่อสาร

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายส่วนใหญ่มักมีปัญหาการสื่อสาร ทั้งการส่งข้อมูลและการรับข้อมูล ในนักเรียนที่มีความยากลำบากในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูด  เช่น ในเด็กสมองพิการที่มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ  เราพบว่านักเรียนจะมีความยากลำบากในการเปล่งเสียงพูดหรือไม่สามารถเปล่งเสียงพูดได้  นักเรียนจึงไม่สามารถสื่อสารบอกความต้องการ หรือแสดง    ความคิดเห็นผ่านการสื่อสารด้วยการพูดได้  ดังนั้นครูผู้สอนควรตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสารของนักเรียน โดยการนำการสื่อสารเสริมและทางเลือกอื่น (Augmentative and Alternative Communication หรือเรียกย่อ ๆ ว่า AAC) มาช่วยในการสื่อสารของนักเรียน  เพื่อช่วยให้นักเรียนสามารถสื่อสารกับผู้อื่นในฐานะผู้ส่งสาร และสามารถเข้าใจในสิ่งที่ครูหรือบุคคลอื่นสื่อสารด้วย  ซึ่งจะนำไปสู่การมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียน การเข้าใจกันระหว่างครูและนักเรียน  และที่สำคัญนำไปสู่ขบวนการเรียนรู้ผ่านการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น  เช่น การทำกระดานสื่อสาร  สมุดภาพสื่อสาร หรือใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถบันทึกเสียง  การพิมพ์คอมพิวเตอร์เพื่อการสื่อสาร กระดานคำศัพท์ โปรแกรมปราศรัย  โปรมแกรมวาจา และกระตุ้นให้นักเรียนชี้สัญลักษณ์เพื่อสื่อสารแทนการพูด

               กระดานอักษร                                                                    โปรแกรมปราศรัย

99       100

 

     สวิตช์พูดได้ (Talking Switch)

101

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการเขียน

ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพที่มีความยากลำบากในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อแขนและมือ  หรือไม่สามารถใช้กล้ามเนื้อแขนและมือทั้งสองข้างได้  เนื่องจากมีอาการเกร็งหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อ มีกระดูกผิดรูปหรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว  แขนและมือขาดหายไป  เป็นต้น  จะทำให้มีความยากลำบากหรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเขียนด้วยวิธีปกติ  เช่น การจับดินสอเขียนบนกระดาษ จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเขียน  ดังนี้

  • กระดานอักษร/กระดานคำศัพท์

ผู้เรียนที่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้  สามารถใช้การเลือกตัวอักษรหรือคำศัพท์จากระดานอักษรหรือกระดานคำศัพท์แทนการเขียน โดยมีผู้บันทึกคำตอบหรือจดข้อความลงไปให้แทน

102

 

  • กระดานและตัวอักษรแม่เหล็ก

ผู้เรียนที่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้  สามารถใช้การหยิบตัวอักษรแม่เหล็กมาเรียงเป็นคำหรือข้อความบนกระดานแม่เหล็กแทนการเขียนด้วยมือ

  • การตัดกระดาษ-ทากาวแทนการเขียน

การเขียนคำศัพท์ลงไปในกระดาษ  และตัดคำศัพท์ทากาวแปะคำลงไปในกระดาษหรือสมุด  หรือแบบฝึกหัดแทนการเขียนด้วยมือ

103

  • กระดาษที่ปรับให้เขียนได้ง่าย (Alternative Paper)

การปรับกระดาษที่ใช้เขียนให้แสดงผลของเส้นบรรทัดง่ายต่อการควบคุมการเขียนด้วยมือ จะช่วยให้ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือในการจับดินสอเขียนหนังสือ สามารถควบคุมการเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษได้ดีขึ้น  ดังนี้

     การทำเส้นบรรทัดเป็นแถบสี                              การตีเส้นบรรทัดให้หนาและใหญ่ขึ้น

104      105

 

การทำเส้นบรรทัดให้นูนขึ้น

106

การทำเส้นบรรทัดให้นูนขึ้น (Raised lines) จะช่วยให้ผู้เรียนสามารถควบคุมขอบเขตในการเขียนตัวอักษรลงบนช่องบรรทัดที่กำหนดได้ง่ายขึ้น

การใช้กระดาษกราฟ/กระดาษตีเป็นตาราง   กระดาษกราฟหรือกระดาษที่ตีเป็นตาราง  จะช่วยให้ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการเขียนด้วยมือสามารถกำหนดขอบเขตของการเขียนตัวอักษรแต่ละตัวลงไปในช่องว่างแต่ละช่องที่ปรากฏบนกระดาษกราฟหรือกระดาษที่ตีเป็นตารางได้ง่ายขึ้น  รวมทั้งสามารถเรียนรู้การควบคุมการเว้นช่องว่างระหว่างตัวอักษรที่ต้องเขียนลงไป    นอกจากนี้ถ้าผู้เรียนมีปัญหาในการควบคุมการเขียนในช่องขนาดเล็ก  สามารถนำไปถ่ายเอกสารขยายใหญ่เพื่อช่วยให้ควบคุมการเขียนตัวอักษรลงไปในช่องตารางได้ง่ายขึ้น

  • การพูดบอกข้อมูลแทนการเขียน

ผู้เรียนที่สามารถพูดได้ปกติแต่ไม่สามารถเขียนหนังสือด้วยมือได้นั้น สามารถใช้การพูดเพื่อตอบคำถามหรือบอกข้อมูลให้ผู้อื่นจดบันทึกแทนการเขียนได้

  • กรอบสำหรับเขียนข้อความ

กรอบบรรทัดที่นำแผ่นพลาสติกหรือกระดาษขนาดเท่ากับกระดาษที่ใช้ในการเขียน เช่น กระดาษ A4  มาเจาะช่องตามแนวบรรทัดที่ใช้เขียน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเขียนให้อยู่ในบรรทัดที่กำหนดได้ง่ายและสะดวกขึ้น

107

  • อุปกรณ์ช่วยจับดินสอหรือปากกา

ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการจับดินสอหรือปากกาแบบปกติ  สามารถใช้อุปกรณ์ช่วยจับดินสอสวมเข้ากับดินสอหรือปากกา  เพื่อให้สามารถจับดินสอหรือปากกาในขณะที่เขียนได้กระชับและมั่นคงขึ้น หรือสามารถใช้อุปกรณ์ช่วยจับดินสอเขียนหนังสือแทนได้  ตัวอย่างเช่น

อุปกรณ์ช่วยจับดินสอแบบสามนิ้ว

108   109

อุปกรณ์ช่วยจับดินสอแบบใช้อุ้งมือกำ

110   111

  • ดินสอ/ปากกาด้ามจับขนาดใหญ่

การปรับให้ดินสอ/ปากกามีด้ามจับขนาดใหญ่  เช่น  การพันด้วยฟองน้ำ  การนำโฟมยางมาสวม  เพื่อให้ผู้เรียนที่จับดินสอ/ปากกาแบบใช้มือกำ  สามารถจับดินสอเขียนได้ดีขึ้น

112     113

 

ดินสอ/ปากกาที่มีด้ามขนาดใหญ่

114

ปากกาเมจิด้ามใหญ่

115

  • อุปกรณ์พยุงมือ/ข้อมือติดกับดินสอหรือปากกา

ผู้เรียนที่ไม่สามารถใช้นิ้วมือและมือจับดินสอหรือปากกาแบบปกติ หรือแบบที่มีด้ามจับขนาดใหญ่เขียนหนังสือได้  แต่ยังมีความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อแขนและมือเขียนหนังสือได้บ้าง  สามารถใส่อุปกรณ์พยุงมือหรือข้อมือที่ส่วนปลายสวมเข้ากับดินสอหรือปากกาใช้แทนการเขียนปกติ

116

117

 

  • ตรายางใช้แทนการเขียน

การใช้ตรายางที่เป็นตัวพยัญชนะ  สระ  ตัวเลข  ปั๊มตัวอักษรลงไปบนกระดาษหรือสมุดแทนการเขียนด้วยมือ

118

  • อุปกรณ์ช่วยในการระบายสี

การระบายสีเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเขียน ซึ่งผู้เรียนต้องมีความสามารถในการจับดินสอสีเพื่อระบายสีลงไปในภาพ ดังนั้นผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือและแขนในการระบายสีด้วยวิธีปกติ จำเป็นต้องมีการดัดแปลงหรือจัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ในการระบายสีให้สะดวกและง่ายขึ้น  ได้แก่

–   การทำดินสอสีขนาดปกติให้มีด้านขนาดใหญ่ขึ้น  เช่น  การพันด้ามด้วยฟองน้ำ

–   การใช้อุปกรณ์ช่วยจับดินสอสวมเข้ากับดินสอสีขนาดปกติ

–   ดินสอสีด้ามจับขนาดใหญ่เช่น  สีไม้ สีเทียน และสีเมจิด้ามใหญ่

119 120 121

–   ลูกกลิ้งทาสี   สามารถนำมาใช้ในการระบายสีแทนการใช้ดินสอสีแบบปกติหรือแบบด้ามจับขนาดใหญ่   โดยผู้เรียนจับด้ามของลูกกลิ้งทาสีนำมาจุ่มสีและทาลงไปบนภาพที่ต้องการระบายสี  ซึ่งภาพต้องมีขนาดใหญ่และไม่มีลายละเอียดมาก

122

–  ตรายางระบายสี

สามารถใช้แท่งไม้หรือวัสดุอื่นทำเป็นด้ามจับที่ส่วนปลายติดกับฟองน้ำลักษณะเหมือนตายาง   เพื่อนำมาใช้ในการระบายสีแทนการใช้ดินสอสีแบบปกติหรือด้ามจับขนาดใหญ่   โดยผู้เรียนที่ยังมีความสามารถในการควบคุมการใช้แขนและมือได้บ้างจะใช้มือกำด้ามไม้ของตรายางระบายสีและใช้ฟองน้ำจุ่มสีมาระบายสีแทน

123

–  ถุงมือระบายสี

การนำถุงมือมาติดกับฟองน้ำเพื่อใช้ในการจุ่มสีมาระบายแทน  สำหรับผู้เรียนที่ไม่สามารถใช้มือในการจับอุปกรณ์ระบายสีได้

124 125

  • อุปกรณ์ชี้ตำแหน่ง

อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งเป็นอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุที่มีลักษณะเป็นด้ามยาวขนาดเรียวเล็ก เช่น แท่งอลูมิเนียมแท่งพลาสติก  และนำมายึดติดกับด้ามจับหรือยึดติดกับอุปกรณ์ที่สวมเข้ากับส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น สายคาดศีรษะ อุปกรณ์ประคองมือ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนที่ไม่สามารถใช้นิ้วมือชี้ไปยังปุ่มกดขนาดเล็กบนอุปกรณ์ เช่น ปุ่มตัวเลขบนเครื่องคิดเลข  หรือแป้นพิมพ์ต่างๆ  หรือกรอบขนาดเล็กบนกระดานอักษร/คำศัพท์ เพื่อเลือกตัวอักษรแทนการเขียน  สามารถใช้อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งชี้ไปยังตำแหน่งที่ต้องการเลือกทดแทนการใช้นิ้วมือได้สะดวกขึ้น

126 127

  • อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งติดกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียน

อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งที่ส่วนปลายติดเข้ากับดินสอหรือปากกา หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการระบายสี เช่น สีไม้  สีเทียน หรือพู่กัน สามารถนำมาใช้เป็นอุปกรณ์แทนการเขียนแบบปกติได้  โดยผู้เรียนที่ไม่สามารถควบคุมการใช้แขนและมือได้  สามารถใช้อุปกรณ์ชี้ตำแหน่งนี้ติดเข้ากับสายคาดศีรษะ (Head stick)  สายคาดต้นแขน (Arm stick) หรือใช้ปากคาบ (Mouth stick)  เพื่อควบคุมอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งในการทำกิจกรรมการเขียน

128

  • เทปบันทึกเสียง (Adapted tape recorder)

ผู้เรียนที่สามารถใช้การพูดได้ดีแต่ไม่สามารถเขียนหนังสือได้  สามารถใช้การพูดบันทึกข้อความลงบนเทปบันทึกเสียงแทนการเขียน  นอกจากนี้สามารถใช้เทปบันทึกเสียงบันทึกคำพูดที่ครูสอนในชั้นเรียนแทนการจดโน้ตได้

 

  • เครื่องจดอิเล็กทรอนิกส์

เครื่องจดอิเล็กทรอนิกส์เป็นอุปกรณ์ที่มีแป้นพิมพ์สำหรับให้ผู้เรียนสามารถพิมพ์ข้อความบันทึกลงในเครื่องและสามารถต่อกับเครื่องพิมพ์เพื่อพิมพ์เอกสารที่ได้บันทึกไปออกมาได้  ทำให้ผู้เรียนที่มีความลำบากในการเขียนสามารถทำงานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

 

  • เครื่องพิมพ์ดีด

เครื่องพิมพ์ดีดธรรมดาหรือเครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยในการพิมพ์แทนการเขียนสำหรับผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการเขียนแบบปกติการใช้เครื่องพิมพ์ดีดธรรมดาผู้เรียนต้องสามารถควบคุมแรงใน  การกดแป้นพิมพ์ได้ดี แต่ถ้ามีแรงในการกดน้อยการใช้เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกที่ช่วยกดแป้นพิมพ์ได้ง่ายขึ้นหรือใช้คอมพิวเตอร์ช่วยพิมพ์แทนการเขียน

 

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการอ่าน

อุปกรณ์ช่วยการอ่าน (Reading Aids)เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการอ่านให้แก่นักเรียนพิการที่มีความยากลำบากใน การอ่าน ที่มีทักษะพื้นฐานการอ่านคำและประโยคไม่ดี มีปัญหาในการรับรู้ข้อมูลสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ผ่านการมอง อาจทำให้มีความยากลำบากในการสะกดคำ  การตัดคำ หรือบางคนอาจเห็นตัวหนังสือหัวกลับ เป็นต้น เช่น นักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาร่วมด้วย อุปกรณ์เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการอ่าน เช่น

  • กรอบบรรทัดช่วยการอ่าน (Reading Window)

เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้นักเรียนที่มีความยาก ลำบากในการกวาดสายตาอ่านคำหรือประโยคในแต่ละบรรทัดที่ติดกัน  สามารถใช้กรอบบรรทัดช่วยอ่านแยกบรรทัดของคำหรือประโยคแต่ละบรรทัดที่ติดกันให้เห็นได้ชัดเจนขึ้น  ทำให้สามารถอ่านคำหรือประโยคที่ปรากฏในแต่ละบรรทัดได้ง่ายและสะดวกขึ้น เช่น นักเรียนที่บกพร่องทางการเห็นที่เห็นเลือนรางร่วมด้วย  เป็นต้น

133

  • โปรแกรมประมวลผลคำที่มีภาพประกอบ(Graphic-based word processing program)

เป็นโปรแกรมที่สามารถแสดงผลข้อมูลเป็นภาพและคำประกอบกัน ทำให้ง่ายต่อการเริ่มต้นการอ่าน ซึ่งการอ่านจากภาพจะทำให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและที่มีปัญหาในการรับรู้ข้อมูลจาก  การอ่านตัวอักษร  สามารถอ่านคำจากภาพที่เห็นได้ง่ายขึ้น

134

ใช้สำหรับลากแถบสีบนคำหรือข้อความสำคัญที่เน้นให้อ่าน  เพื่อช่วยให้นักเรียนที่มีปัญหาในแยกแยะข้อมูลในการมอง  สามารถแยกแยะคำที่ต้องอ่านได้ดีขึ้น

135

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการคิดคำนวณ

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ โดยเฉพาะนักเรียนในกลุ่มสมองพิการ มักมีปัญหาการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์ ในเรื่องของการคิดคำนวณ การรู้ค่าของตัวเลขจำนวนนับ และไม่สามารถพัฒนาความคิดรวบยอด ฉะนั้นครูผู้สอนควรมีการปรับเนื้อหา ย่อยขั้นตอนในการสอนเพื่อให้ง่ายต่อการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละบุคคล และจัดทำ จัดหา หรือปรับเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก ให้หลากหลาย และเหมาะสม ทำให้ผู้เกิดการเรียนรู้จนสามารถนำไปใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือสถานการณ์อื่นๆ ได้เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยการคำนวณ (Math Aids) สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องในการคำนวณ  เช่น เครื่องคิดเลข โปรแกรมที่ช่วยในการคำนวณคณิตศาสตร์ เป็นต้น

เครื่องคำนวณที่แสดงผลเป็นอักษรตัวใหญ่

136  137

                                                                                                   แท่นหลักนับเลข

 

                              ตารางคูณ                                                               ตารางร้อย

138  139

 

 

                    ถาดไม้ตัวเลข                                                      ชุดแป้นพิมพ์Intellikeysพร้อมโปรแกรม

140     141

 

142

 

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการเข้าถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์

ปัญหาหลักในการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ คือ การควบคุมการใช้กล้ามเนื้อแขน  มือและนิ้วมือ ในการป้อนข้อมูลแผ่นแป้นคีย์บอร์ดปกติเช่น มีความยาก ลำบากในเคลื่อนนิ้วมือมากดแป้นคีย์ที่มีขนาดเล็ก  หรือการใช้มือควบคุมการทำงานของเมาส์ปกติ  เพื่อควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพและการกดปุ่มคลิกบนเมาส์ในการป้อนข้อมูลดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการดัดแปลงปรับปรุง  หรือจัดหาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งที่เป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Hardware)  หรือโปรแกรม (Software) เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วขึ้น

  • ฮาร์ดแวร์ (Hardware)

ฮาร์ดแวร์หลักที่มีผลกระทบโดยตรงต่อการควบคุมการใช้งานคอมพิวเตอร์ภายนอกของผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ  คือ  จอภาพ  คีย์บอร์ด  และเมาส์  ตัวอย่างอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ทั้งคีย์บอร์ด หรือเมาส์ที่ช่วยให้ผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพเข้าถึงการใช้งานคอมพิวเตอร์ได้  มีดังนี้

  • จอภาพ (Monitor)

                             ขนาด  ตำแหน่ง  และการแสดงผลบนจอภาพมีผลต่อการมองจอภาพของผู้เรียนที่มีปัญหาในการควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะ  หรือลำตัว เช่น ต้องใช้จอภาพขนาดใหญ่ มีการแสดงผลของภาพบนจอที่ละเอียดและขนาดใหญ่  เพื่อช่วยให้ผู้เรียนที่มีอาการสั่นของ     ศีรษะ หรือไม่อยู่นิ่ง สามารถรับรู้ข้อมูลบนจอภาพได้ชัดเจนขึ้น

  • คีย์บอร์ดดัดแปลง (Adaptive Keyboard)

การปรับคีย์บอร์ดปกติให้ผู้พิการสามารถใช้งานได้ตัวอย่างเช่น

  • คีย์การ์ด (Key guard)

เป็นอุปกรณ์ที่นำแผ่นพลาสติก หรือวัสดุอื่น  มาตัดให้มีขนาดเท่ากับแป้นคีย์บอร์ดปกติ  และเจาะช่องตามตำแหน่งและขนาดของแป้นคีย์ทั้งหมดที่อยู่บนแป้นคีย์บอร์ด  แล้วนำมาครอบลงบนแป้นคีย์บอร์ด  เพื่อช่วยให้ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการควบคุมนิ้วมือกดแป้นคีย์ที่ต้องการได้ตรงตำแหน่ง  มักกดพลาดไปโดนแป้นคีย์อื่นที่ไม่ต้องการ  สามารถกดแป้นคีย์ที่ต้องการได้ตรงตำแหน่งและแม่นยำมากขึ้น

143 144

  • คีย์บอร์ดแบบพิเศษ (Alternative Keyboard)

คีย์บอร์ดที่มีลักษณะภายนอกแตกต่างไปจากแป้นคีย์บอร์ดปกติ ออกแบบขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้งานให้เหมาะสมกับความสามารถในการใช้งานของผู้พิการแต่ละบุคคล  ตัวอย่างเช่น

  • คีย์บอร์ดขนาดใหญ่ (Expanded Keyboard)

สำหรับผู้เรียนที่ต้องการใช้การกดแป้นคีย์ขนาดใหญ่ในการป้อนข้อมูลผ่านแป้นคีย์บอร์ดได้ง่ายขึ้นเช่น ผู้เรียนใช้นิ้วมือหลายนิ้วกดแป้นคีย์บอร์ดเป็นต้น

145

  • คีย์บอร์ดขนาดเล็ก (Contacted Keyboard)

สำหรับผู้เรียนที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว  จำเป็นต้องใช้คีย์บอร์ดขนาดเล็กเพื่อช่วยให้กดแป้นคีย์ต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

146

  • คีย์บอร์ดที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบของแป้นพิมพ์ได้

เป็นคีย์บอร์ดที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบของแป้นพิมพ์ (Keyboard Layout) ให้เหมาะสมกับความสามารถในการใช้งานของผู้พิการแต่ละบุคคล ได้  โดยรับค่าการออกแบบแป้นพิมพ์จากโปรแกรมสำหรับสร้างแป้นพิมพ์  เช่น ออกแบบให้มีแป้นคีย์ขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก ออกแบบให้การแสดงผลบนแป้นคีย์เป็นตัวอักษร ข้อความ หรือรูปภาพ เป็นต้น

147 148

  • อุปกรณ์เชื่อมต่อสวิตช์ควบคุมการกดแป้นคีย์บอร์ด

เป็นอุปกรณ์ที่ปรับคีย์บอร์ดให้ใช้งานร่วมกับสวิตช์เดี่ยว สำหรับผู้พิการที่ไม่สามารถใช้นิ้วมือกดแป้นคีย์บนแป้นคีย์บอร์ดปกติได้

149

  • เมาส์แบบพิเศษ (Alternative Mouse)

เมาส์แบบต่างๆ ที่พัฒนาขึ้น และมีรูปแบบลักษณะภายนอกแตกต่างไปจากเมาส์ปกติ แต่มีคุณสมบัติการใช้งานเพื่อเป็นอุปกรณ์ชี้ตำแหน่งควบคุมการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพ และการป้อนข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์เช่นเดียวกับการทำงานของเมาส์ปกติ  ตัวอย่างเช่น

  • เมาส์แบบลูกบอลควบคุม (Trackball)

เป็นเมาส์แบบที่มีลูกบอลอยู่ด้านบน สำหรับใช้ในการควบคุมการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพ โดยการกลิ้งลูกบอลไปในทิศทางที่ต้องการให้ลูกศรเคลื่อนที่ลูกบอลควบคุมนี้ออกแบบให้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่แตกต่างกันไป  เพื่อความเหมาะสมในการควบคุมการใช้งานของผู้พิการแต่ละบุคคล

150 151 152

  • เมาส์แบบคันโยกควบคุม (Joystick)

เป็นเมาส์ที่ออกแบบให้มีคันโยกสำหรับควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพอยู่ด้านบน ซึ่งเมาส์แบบคันโยกนี้มีการออกแบบให้ใช้ได้ทั้งการควบคุมโดยใช้มือ หรือการควบคุมโดยใช้ปาก  หรือมีการออกแบบด้ามจับของคันโยกที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้มือจับของผู้พิการแต่ละบุคคล

153 154

  • อุปกรณ์เชื่อมต่อสวิตช์ควบคุมแทนการใช้เมาส์

เป็นอุปกรณ์ที่มีช่องสำหรับต่อเชื่อมสวิตช์เดี่ยวหรือสวิตช์รวม  และกำหนดค่าการทำงานของสวิตช์ให้ควบคุมการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพหรือการกดปุ่มป้อนข้อมูลแทนการใช้เมาส์ปกติ  เหมาะสำหรับผู้พิการที่ต้องการใช้สวิตช์ในการควบคุมการทำงาน

 

  • เมาส์ควบคุมโดยใช้ศีรษะ (Head Mouse)

เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ผู้เรียนที่ไม่สามารถใช้แขนและมือ  สามารถใช้ศีรษะควบคุมการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพและการป้อนข้อมูลโดยใช้ระบบหน่วงเวลาหรือต่อพ่วงกับสวิตช์แทนการใช้เมาส์ปกติ

156

  • จอภาพแบบสัมผัส (Touch Screen)

จอภาพแบบสัมผัสเป็นอุปกรณ์สำหรับช่วยให้ผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการใช้เมาส์ปกติ  สามารถใช้การเคลื่อนไหวแขนและมือมาสัมผัสไอคอนขนาดใหญ่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อป้อนข้อมูลแทนการใช้เมาส์ปกติได้

157

  • สวิตช์ (Switches)

สวิตช์เป็นอุปกรณ์สำหรับนำมาใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับควบคุมการป้อนข้อมูลแทน การกดปุ่มคลิกบนเมาส์ การควบคุมการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพ  หรือการทำงานแทนการกดแป้นคีย์ต่างๆ บนแป้นคีย์บอร์ด   เพื่อช่วยให้ผู้เรียนที่มีความพิการระดับรุนแรง  ไม่สามารถใช้แขนและมือ หรือส่วนอื่นของร่างกายควบคุมการใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ปกติหรือพิเศษได้ จำเป็นต้องต่อเชื่อมสวิตช์เพื่อนำมาติดตั้งตรงตำแหน่งที่สามารถใช้ส่วนของร่างกายใดก็ตามควบคุมการกดสวิตช์ได้ดี เช่น ศีรษะ  ข้อศอก เป็นต้น  สวิตช์ได้รับการออกแบบให้มีหลากหลายลักษณะ เพื่อรองรับการใช้งานให้เหมาะสมกับความสามารถของผู้พิการแต่ละบุคคล

158 159 160

  • โปรแกรม (Software)

โปรแกรมสำหรับช่วยในการใช้คีย์บอร์ดและเมาส์สำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ  มีดังนี้

  • Accessibility Options บน Windows

เป็นฟังก์ชันที่อยู่ภายใน Control Panelบนระบบปฏิบัติการ Windows ซึ่งภายใน Accessibility Options มีฟังก์ชันย่อยสำหรับช่วยกำหนดค่าการทำงานของคีย์บอร์ดปกติ หรือการควบคุม การทำงานของเมาส์ เพื่อช่วยเหลือผู้เรียนที่มีความยากลำบากในการใช้คีย์บอร์ดหรือเมาส์ปกติ ดังนี้

161 162

  • StickyKeys

เป็นการตั้งค่าให้สามารถกดแป้นคีย์ลัด (Shortcut keys) ที่ต้องกดแป้นคีย์ตั้งแต่ 2 แป้นขึ้นไปพร้อมๆ กัน เช่น Ctrl+C  (สำหรับใช้คัดลอกข้อมูล)  เปลี่ยนให้สามารถกดแป้นคีย์ทีละแป้นได้โดยไม่ต้องกดพร้อมๆ กัน    ช่วยให้ผู้เรียนที่ใช้นิ้วมือเพียงหนึ่งนิ้วในการกดแป้นคีย์บอร์ด   สามารถกดแป้นคีย์ลัดได้ด้วยตนเอง

  • FilterKeys

เป็นการตั้งค่าให้สามารถลดการส่งข้อมูลซ้ำจากการกดแป้นคีย์ใดๆ ค้างไว้ (Repeated Keys) เช่น เมื่อกดแป้นคีย์ตัวอักษร “ก”  ค้างไว้ จะเกิดตัวอักษร “ก”เกิดขึ้นซ้ำกันอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งสามารถตั้งค่าให้อัตราการเกิดคีย์ซ้ำในแต่ละตัวนานขึ้น  หรือไม่ให้เกิดคีย์ซ้ำขึ้นเลย  นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่า Slow keys ที่กำหนดค่าหน่วงเวลาของการเกิดข้อมูลจากการกดแป้นคีย์ในครั้งแรก  ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนที่มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อแขนและมือที่มักกดแป้นคีย์และยกมือขึ้นช้า  หรือมักกดไปโดนแป้นคีย์อื่นที่ไม่ต้องการในครั้งแรก  สามารถกดแป้นคีย์บอร์ดได้ดีขึ้น

  • MouseKeys

เป็นการตั้งค่าให้สามารถใช้แป้นคีย์ลูกศรและตัวเลขบน Numeric Keypad ของแป้นคีย์บอร์ด  ควบคุมการเคลื่อนที่ของลูกศรบนจอภาพและการป้อนข้อมูลแทนการใช้เมาส์ปกติได้  การตั้งค่านี้ช่วยให้ผู้เรียนที่ยังมีความสามารถในการใช้นิ้วมือกดแป้นคีย์บอร์ดปกติ  สามารถใช้ฟังก์ชันนี้ควบคุมการทำงานของเมาส์ได้

  • โปรแกรมแสดงแป้นพิมพ์บนจอภาพ (On-Screen Keyboard Software)

เป็นโปรแกรมที่แสดงแป้นคีย์บอร์ดบนจอภาพสำหรับใช้งานแทนแป้นคีย์บอร์ดปกติหรือคีย์บอร์ดพิเศษอื่นๆสามารถใช้ร่วมกับเมาส์ปกติ  อุปกรณ์ทำงานแทนเมาส์แบบต่าง ๆ หรือสวิตช์เดี่ยวเพื่อป้อนข้อมูลเข้าคอมพิวเตอร์

163

  • โปรแกรมเดาคำศัพท์ (Word Prediction Software)

เป็นโปรแกรมที่ทำงานร่วมกับโปรแกรมประมวลผลคำโดยทำหน้าที่เติมเต็มคำให้สมบรูณ์  และทำการคาดเดาคำศัพท์คำต่อไปที่จะเป็นไปได้  เพื่อประโยชน์ในการลดจำนวนครั้งในการพิมพ์ช่วยให้ผู้เรียนที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวแขนและมือ หรือเคลื่อนไหวได้ช้า  สามารถใช้โปรแกรมเดาคำศัพท์ช่วยในการพิมพ์ได้เร็วขึ้น

164

  • โปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียง (Speech Recognition)

เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้ผู้เรียนที่ไม่สามารถใช้งานของแขนและมือ แต่สามารถใช้ การพูดได้ดี  สามารถใช้การสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยเสียงได้

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการทำกิจกรรมพลศึกษาและนันทนาการ

การจัดกิจกรรมพลศึกษาและนันทนาการ สำหรับผู้เรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ โรงเรียนควรมีการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน เพื่อเป็นการให้นักเรียนผ่อนคลาย เกิดการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมพลศึกษาและนันทนาการ โดยจัดหาเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแต่ละกิจกรรม นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกายและจิตใจซึ่งประเภทของเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกในการจัดกิจกรรมพลศึกษาและนันทนาการ ตัวอย่างดังนี้

  • เมโลเดียนอังกะลุงราวขิมคีย์บอร์ด

ใช้อุปกรณ์ประกอบในจัดกิจกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพทางการฟัง และเป็นเครื่องประกอบจังหวะในกิจกรรมดนตรีบำบัด ควรมีการเลือกหรือปรับ ดัดแปลงเครื่องดนตรีให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละบุคคล

165 166 167

  • จักรยานสามล้อแบบใช้มือบังคับ

เป็นจักรยานดัดแปลงที่มีล้อ 3 ล้อและใช้มือในการปั่นเพื่อบังคับทิศทางใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายโดยเฉพาะในส่วนแขนส่งเสริมด้านนันทนาการให้สามารถเคลื่อนที่ไปยังที่ต่าง ๆได้ตามต้องการ

168

เป็นจักรยานดัดแปลงที่มีล้อ 3 ล้อและใช้เท้าในการปั่นเพื่อให้จักรยาน 3 ล้อ ใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับออกกำลังกายและใช้การเคลื่อนที่ไปยังที่ต่างๆได้ตามต้องการ

คลังสื่อการเรียนรู้ (DLIT Resources)

     เลือกกลุ่มสาระการเรียนรู้ระดับชั้น พบ DLIT วิดีโอที่ผลิตใหม่ (สั้นๆ เข้าใจง่าย ตรงหลักสูตร 8 กลุ่มสาระ) และสื่อประเภทต่างๆ ที่รวบรวมมาไว้ที่นี่ ได้แก่ วิดีโอ แผนการจัดการเรียนรู้ สื่อ Learning Object และอื่นๆ คุณครูสามารถเปิดฉาย และ/หรือ ดาวน์โหลดไว้ใช้ประกอบการสอนได้ หาสื่อการสอนที่ต้องการได้ง่าย กดเลือกกลุ่มสาระการเรียนรู้ฯและชั้น เพื่อกรองข้อมูลการสอนที่ต้องการ

169

ที่มา : www.edltve-learning.ac.th

เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการจัดท่าทาง
  • ที่นั่งและการจัดท่าทาง (Seating and  Positioning)

เป็นระบบการจัดความสะดวกสบายบนรถเข็น (Wheelchair)  หรือที่นั่งต่างๆ  ซึ่งจัดให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายไม่ว่าจะเป็นศีรษะ  ลำตัว  แขนขา  ให้อยู่ในท่าทางที่เหมาะสมและถูกต้อง เพื่อเป็นการลดแรงกดผิวหนัง หรืออาการเกร็งของกล้ามเนื้อหรือช่วยให้ทรงท่าได้ดีขึ้น เช่น การเสริมเบาะรองนั่ง การเสริมอุปกรณ์พยุงด้านข้างลำตัวหรืออุปกรณ์ประคองศีรษะเป็นต้น นอกจากนี้รวมถึงการจัดท่าทางอื่นๆ ให้เหมาะสมด้วย  เช่น การยืน  การนอน  เป็นต้น

  • แท่นวางหนังสือ (Slant Board)

การนำสมุดหรือกระดาษที่ใช้เขียนมาวางบนแท่นวางหนังสือ  จะช่วยให้การวางตำแหน่งของแขนและมือในขณะจับดินสอเขียนหนังสือของผู้เรียนดีขึ้น  รวมทั้งช่วยให้ผู้เรียนที่มักก้มลำตัวมาข้างหน้าในขณะเขียนหนังสือ  สามารถนั่งทรงตัวขณะที่เขียนให้อยู่ในท่าทางที่ตั้งตรงและเหมาะสมขึ้น

170

  1. เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกช่วยในการเคลื่อนไหว

นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว หรือสุขภาพ จะมีปัญหาในการเคลื่อนย้ายตัวเองไปที่ต่าง ๆเพื่อเข้าสะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรมได้ด้วยตนเอง

  • การออกแบบอาคารสถานที่

โรงเรียนควรออกแบบและจัดสภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เหมาะสม สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายตัวของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ เช่นอาคารควรมีทางลาด มีประตูบานเลื่อน มีห้องน้ำที่มีราวเกาะในกรณีที่นักเรียนไม่สามารถเคลื่อนย้ายตัวเองด้วยทางลาดได้ ควรจัดให้มีลิฟท์ เพื่อให้นักเรียนสามารถเคลื่อนย้ายตัวเองได้ตามระเบียบคณะกรรมการการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการว่าด้วยมาตรฐานอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกโดยตรงแก่คนพิการ พ.ศ. 2544

171 172 173 174 175 176

  • รถเข็น และ อุปกรณ์ที่ช่วยในการเคลื่อนที่ (Wheelchairs/Mobility  Aids)

รถเข็นทั้งที่เป็นระบบที่ใช้มือและใช้อิเล็กทรอนิกส์ (Manual and Electric Wheelchair) เก้าอี้แบบเคลื่อนที่ได้เครื่องช่วยเดิน  รถสกูตเตอร์แบบ 3 ล้อเครื่องช่วยยกและเคลื่อนย้าย และยานพาหนะอื่นๆที่ช่วยในการเคลื่อนที่เฉพาะบุคคล

  • การดัดแปลงยานพาหนะ (Vehicle Modifications )

โรงเรียนควรมีการดัดแปลงยานพาหนะในการรับส่งนักเรียนให้สะดวกต่อการนำนักเรียนที่นั่งรถเข็นขึ้นไปบนยานพาหนะได้สะดวกเช่น การติดเครื่องช่วยยกรถเข็นคนพิการกับประตูทางขึ้นลงรถ หรือการนำทางลาดแบบพับเก็บได้มาวางพาดตรงประตูทางขึ้นลงรถ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการนำนักเรียนที่นั่งรถเข็นหรือใช้เครื่องช่วยเดินขึ้นลงรถได้สะดวกขึ้น

  • กายอุปกรณ์เทียมและกายอุปกรณ์เสริม (Prosthesis and Orthosis)

เป็นการแทนที่ การทำหน้าที่แทน  หรือการเสริมส่วนที่ขาดหายไป  หรือเสริมการทำงานที่ผิดปกติของส่วนต่างๆ ของร่างกาย  ด้วยการใช้กายอุปกรณ์เทียมต่างๆ  เช่น แขนขาเทียม  หรือกายอุปกรณ์เสริมอื่น เช่น อุปกรณ์ประคองเท้า/ข้อเท้า  อุปกรณ์ประคองแขน นอกจากนี้ยังมีกายอุปกรณ์เทียมที่ช่วยผู้ซึ่งมีความบกพร่องหรือมีข้อจำกัดทางการรับรู้  ซึ่งรวมถึงเทปที่ใช้ในการรับฟังหรือเพจเจอร์

การปรับสภาพแวดล้อมทั้งในและนอกห้องเรียน

การจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนแก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายเป็นสิ่งที่ครูผู้สอนควรให้ความสำคัญ  เพราะจะช่วยให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดี  เนื่องจากนักเรียนเหล่านี้บางคนต้องนั่งรถเข็น  บางคนใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น เครื่องช่วยเดินแบบมีล้อ หรือไม้ค้ำยัน ดังนั้นการจัดโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ในชั้นเรียน  ควรจัดวางให้มีที่ว่างสำหรับให้นักเรียนสามารถเคลื่อนทีไปยังมุมต่างๆ ในห้องได้สะดวกสบาย และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย

นักเรียนมักไม่ค่อยสนใจเรื่องการดูแลตัวเอง ไม่ควรวางของที่เป็นอันตรายอยู่ในระยะที่นักเรียนหยิบฉวยได้  ควรเก็บให้มิดชิด  ควรลบเหลี่ยมของมุมโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่นที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อนักเรียนได้  เช่น หาฟองน้ำมาติดไว้ที่บริเวณมุมโต๊ะ หรือด้านบนพนักพิงหลังของเก้าอี้  เป็นต้น พื้นห้องไม่ควรลื่นจะทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น ใช้กระเบื้องขัดมัน หรือไม้ขัดมัน เป็นต้น โดยเฉพาะนักเรียนที่ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินจะทำให้ลื่นหกล้มได้ง่าย  พื้นควรนิ่มมีความยืดหยุ่นและมีแรงเสียดทาน เช่น การปูพื้นด้วยแผ่นดูลาฟอร์  เป็นต้น  ส่วนโต๊ะหรือเก้าอี้ที่นั่งทำกิจกรรมควรจัดหาหรือปรับให้เหมาะสมต่อการนั่งทำกิจกรรมของนักเรียนแต่ละคนทั้งขนาดและความสูง  เนื่องจากข้อจัดทางร่างกายทำให้นักเรียนกลุ่มนี้มีปัญหาการนั่งทรงตัวในขณะนั่งทำกิจกรรม  การจัดหาโต๊ะเก้าอี้ที่มีขนาดและความสูงที่เหมาะสมต่อการจัดท่าทางในการทำกิจกรรมจะช่วยเสริมศักยภาพของนักเรียนให้สามารถใช้แขนและมือในขณะนั่งทำกิจกรรมได้ดีขึ้น  โดยความสูงของโต๊ะที่ดีควรอยู่ในระดับความสูงที่นักเรียนวางแขนแนบลำตัวและงอข้อศอกขึ้นมาประมาณ 90 องศา เพื่อวางแขนบนโต๊ะได้  ส่วนเก้าอี้ต้องมีขนาดและความสูงที่นั่งเรียนสามารถนั่งได้เต็มก้นและวางเท้าราบกับพื้นได้พอดี  สำหรับนักเรียนนั่งรถเข็นเข้ามาเรียนไม่จำเป็นต้องย้ายนักเรียนไปนั่งเก้าอี้  ควรจัดหาโต๊ะที่สามารถสอดรถเข็นเข้าไปนั่งได้พอดีและมีความสูงในระดับที่เหมาะสมดังที่กล่าวข้างต้น หรือหาถาดปรับระดับติดที่รถเข็น  และควรจัดให้นั่งทำกิจกรรมบนรถเข็นเป็นหลักมากกว่าให้นั่งทำกิจกรรมบนพื้นเป็นระยะเวลานาน  เพราะนักเรียนอาจมีปัญหาการนั่งทรงตัวบนพื้นที่ไม่เหมาะสม  ซึ่งทำให้เกิดความพิการเพิ่มมากขึ้นได้    ดังนั้นการจัดหาโต๊ะหรือเก้าที่ที่สามารถปรับระดับความสูงได้จะช่วยให้ครูปรับให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคนได้สะดวกขึ้น  ถ้าจัดความสูงของโต๊ะได้เหมาะสมแล้วแต่นักเรียนยังมีปัญหานั่งก้มตัว  การใช้แท่นวางหนังสือมาวางไว้บนโต๊ะอีกทีจะช่วยให้นักเรียนสามารถนั่งทรงตัวในท่าตั้งตรงได้ดีขึ้น  ทั้งนี้ครูควรปรึกษานักวิชาชีพ เช่น นักกายภาพบำบัด หรือนักกิจกรรมบำบัด ในการจัดหาหรือปรับโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ ให้เหมาะสม รวมทั้งการจัดท่าท่าของนักเรียนขณะทำกิจกรรมต่างๆ

นอกจากนี้ควรจัดมุมทำกิจกรรมต่างๆ โดยการจัดโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์อื่นกำหนดขอบเขตให้นักเรียนเห็นชัดเจน  เช่น มุมนั่งเรียนกลุ่ม  มุมเล่นอิสระ มุมอ่านหนังสือ มุมคอมพิวเตอร์หรือการใช้การตีเส้นสีแบ่งมุมต่างๆ รวมทั้งการทำบัตรภาพสัญรูปประกอบคำศัพท์ที่บอกถึงมุมต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ติดไว้ในทุกมุมที่ทำกิจกรรม รวมทั้งบนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะครู โต๊ะนักเรียน เก้าอี้  ตู้  เป็นต้น

กายอุปกรณ์

          นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ ในบางประเภทความพิการ เช่น โรคสมองพิการที่มีลักษณะการเกร็งของกล้ามเนื้อแขนและขา มีการบิดผิดรูปของข้อมือ ข้อเท้า แพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัดมักจะพิจารณาการใช้กายอุปกรณ์เสริมของแขน และขา ซึ่งกายอุปกรณ์เหล่านี้ นักเรียนต้องใส่เป็นประจำตามระยะเวลาที่แพทย์ หรือผู้บำบัดกำหนด โดยเฉพาะในเวลาเรียน ครูจึงควรมีความรู้เกี่ยวกับการใช้กายอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ เพื่อให้สามารถดูแลนักเรียนและกระตุ้นให้นักเรียนเห็นถึงความสำคัญในการใช้กายอุปกรณ์เสริมเหล่านี้

วัตถุประสงค์ของการใส่กายอุปกรณ์

  1. เพื่อจัดส่วนของร่างกายให้อยู่นิ่ง

– ลดความเจ็บปวด

– ลดการอักเสบของข้อและกล้ามเนื้อ

– เพื่อให้การสมานของบาดแผลเอ็น กล้ามเนื้อ หลังการผ่าตัดดีขึ้น

  1. เพื่อช่วยรักษาแนวของร่างกายให้ตรง เช่นในรายที่มีการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อคอ และลำตัว
  2. เพื่อช่วยพยุงให้ข้อมีความมั่งคงมากขึ้น
  3. จำกัดหรือต้านการเคลื่อนไหวส่วนนั้น ๆ ของร่างกาย โดยการเพิ่มแรงเสียดทาน หรือจำกัดการเคลื่อนไหวให้หยุดตำแหน่งที่ต้องการ เช่น การใช้กายอุปกรณ์ใส่เท้าในรายที่ผู้ป่วยมีข้อเท้าตก

 

กายอุปกรณ์เสริมของแขน

ลักษณะ เป็นอุปกรณ์ประคองบริเวณตั้งแต่ต้นแขนถึงปลายนิ้วมือ อาจทำด้วยอะลูมิเนียม พลาสติกชนิด thermoplastic หรือเฝือกปูน ประกอบด้วยลวด ยางรัด หรือสปริง ตามชนิดของกายอุปกรณ์เสริมของแขน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กายอุปกรณ์เสริมที่ไม่มีส่วนประกอบที่เคลื่อนไหวได้ (Static splint) และกายอุปกรณ์เสริมที่มีส่วนประกอบที่เคลื่อนไหวได้ (Dynamic splint) ซึ่งแต่ละกลุ่มก็มีหลายชนิดที่เลือกใช้ตามลักษณะความบกพร่องของแต่ละบุคคล

ตัวอย่าง กายอุปกรณ์เสริมของแขน ชนิด Resting hand splint ซึ่งเป็น Static Splint

177

กายอุปกรณ์เสริมของขา

ลักษณะ เป็นอุปกรณ์ประคองบริเวณตั้งแต่ข้อสะโพกถึงปลายเท้า อาจทำด้วยอะลูมิเนียม พลาสติกชนิด thermoplastic เฝือกปูน ปูนพลาสเตอร์ เรซิน ฯลฯ แบ่งเป็น 3 ชนิด คือ กายอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยลดน้ำหนักตัวที่ผ่านกระดูกส่วนขา  กายอุปกรณ์เสริมสำหรับป้องกันเข่า และกายอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้ป่วยที่มีขาอ่อนแรง

 

ตัวอย่าง กายอุปกรณ์เสริมของขาสำหรับผู้ป่วยที่มีขาอ่อนแรง

178

การดูแลในขณะนักเรียนใส่กายอุปกรณ์เสริม

  1. ใส่เครื่องช่วยพยุง หรือกายอุปกรณ์เสริมให้ถูกต้อง และอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม บริเวณที่กดกับผิวหนัง ต้องมีผ้าหรือฟองน้ำนุ่ม ๆรอง
  2. ไม่รัดกายอุปกรณ์หรือผ้าแน่นเกินไป เพราะอาจทำให้การไหลเวียนโลหิตไม่ดีพอ ควรสังเกตบริเวณที่อยู่ในกายอุปกรณ์บ่อย ๆ
  3. ระวังไม่ให้มีการกดทับบริเวณเส้นเลือด เส้นประสาท โดยเฉพาะการใช้กายอุปกรณ์ของแขนขา จะมีอาการชาบริเวณมือหรือเท้า และผิวหนังส่วนนั้นจะเย็น ถ้าทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกิดอัมพาต และกล้ามเนื้อลีบในที่สุด
  4. ระวังแผลกดทับ ถ้ากดผิวหนังนาน ๆจะทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยง ทำให้เกิดเนื้อตาย เป็นแผลซึ่งมักพบได้บ่อย ในโรคโลหิตจาง อ่อนเพลียมาก ๆ หรือเป็นอัมพาต ดังนั้นถ้านักเรียนบ่นเจ็บปวดบริเวณที่ใส่กายอุปกรณ์ ควรตรวจดูทันที และส่งต่อให้แพทย์ หรือผู้บำบัดแก้ไขทันที
  5. ระวังการเสียดสีระหว่างผิวหนังกับกายอุปกรณ์ เพราะจะทำให้เกิดแผลได้ง่าย
  6. ระยะเวลาการใส่ตามที่แพทย์กำหนด

 

อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหว

          นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ มักจะมีปัญหาในการเคลื่อนไหว ต้องใช้อุปกรณ์ช่วย เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตประจำวัน ในด้านการเรียน และด้านสังคม ซึ่งอุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหวมีหลายประเภท และมีข้อควรระวังในการใช้ที่แตกต่างกันไป

อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนไหวที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสุขภาพ มักจะใช้ได้แก่

1. รถ เข็น wheelchair มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และการดูแลรักษาดังนี้

– ล้อเข็นควรมีขนาดพอเหมาะกับตัวผู้ใช้ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป ในรายที่สามารถเข็นรถได้ด้วยตนเองล้อรถควรมีความสูงเพียงพอกับความยาวของแขน ขนาดที่วางแขน และที่พักขาที่เหมาะสม ไม่กดทับเส้นเลือด และเท้าไม่ลอย

– ใช้เบาะรองนั่ง เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ และง่ายในการทำความสะอาด

– หมั่นเช็คลมยางให้เท่ากัน ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป

– ตรวจเช็คเบรกทั้งสองข้าง

– หมั่นตรวจเช็คน๊อตบริเวณต่าง ๆ ให้มั่นคงแข็งแรงอยู่เสมอ

– หลีกเลี่ยงไม่ให้รถเข็นโดนน้ำ หรือหลังจากทำความสะอาดแล้วต้องตากแดดและเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันสนิม

– หลีกเลี่ยงการเข็นรถเข็นในพื้นที่ขรุขระ หรือมีน้ำขัง

เทคนิคการช่วยเหลือนักเรียนนั่งรถเข็น

ทางเรียบ         ปลดเบรก จับที่จับด้านหลังให้มั่นคง เข็นไปด้านหน้าปกติ

ทางลาด           เข็นขึ้น เข็นตามปกติ ใช้แรงในการดันขึ้น

เข็นลง ถอยเอาด้านหลังลง ใช้ตัวของผู้เข็นในการผ่อนความเร็วของรถเข็น

บันได ควรมีผู้ช่วยเหลือมากกว่า 1 คน การขึ้นบันได ให้จับที่จุดยึดหลักของรถเข็น (เช่น โครงรถ)   แล้วยกขึ้นพร้อม ๆ กัน ค่อย ๆ เดินขึ้น หรือลงบันไดได้เลย   แต่ควรยกให้ด้านหน้าของรถเชิดสูงไว้ ป้องกันการล้มลงทางด้านหน้า หรือการหันหน้ารถออก ยกล้อหน้าขึ้น   แล้วค่อย ๆ ดึงขึ้น ทีละขั้น

การลงบันได เช่นเดียวกับการขึ้นบันได แต่ในวิธีการดึงลงทีละขึ้น ให้เปลี่ยนเป็นเอาด้านหลังลง

  1. เครื่องช่วยเดิน walker มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และการดูแลรักษาดังนี้

– ขนาดความสูงที่เหมาะสมคือ วัดจากพื้นจากปลายเท้าไปทางด้านข้างประมาณ 6 นิ้ว ขึ้นมาถึงหัวกระดูกต้นขา

– หมั่นเช็คน๊อตบริเวณต่าง ๆ

– หลีกเลี่ยงไม่ให้เครื่องช่วยเดินโดนน้ำ หรือหลังจากทำความสะอาดแล้วต้องตากแดดและเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันสนิม

– หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องช่วยเดินในพื้นที่ขรุขระ หรือมีน้ำขัง

  1. ไม้ค้ำยัน crutches มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และการดูแลรักษาดังนี้

– ขนาดของไม้ค้ำยันที่เหมาะสม คือ ยืนตัวตรง วัดห่างจากจุดใต้รักแร้ประมาณ 2 นิ้วมือ ลงมาถึงส้นเท้าบวกด้วย 2 นิ้วฟุต เป็นความยาวที่เหมาะสม ต่อจากนั้นให้วัดจากจุดใต้รักแร้ประมาณ 2 นิ้วมือ ลงมาถึงหัวกระดูกต้นขาเป็นตำแหน่งของมือจับ

– ไม้ค้ำยันส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไม้ ดูแลรักษาโดยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด

– ดูแลยางรองปลายไม้ค้ำยันเมื่อสึกให้เปลี่ยนใหม่

  1. ไม้เท้า cane มีข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้และการดูแลรักษาดังนี้

– ขนาดที่เหมาะสมให้วัดจากพื้นระยะห่างปลายเท้าด้านนอก 6 นิ้ว ขึ้นมาถึงหัวกระดูกต้นขา

– การใช้ในรายที่ขาข้างหนึ่งไม่แข็งแรงหรือมีอาการเจ็บปวด ให้ใช้มือตรงข้ามกับขาที่เจ็บหรืออ่อนแรง

– ดูแลรักษาโดยการใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาด

 

เรียบเรียงโดย

นางสาวบัวเรียม   พรมจีน  ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่

นายนวพล   คมบาง  พนักงานราชการ  โรงเรียนศรีสังวาลย์เชียงใหม่

 

 

เอกสารอ้างอิง

 

กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์. (2536). เทคโนโลยีเทคนิคศึกษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, 2536

นุชลี อุปภัย.  (2555).  จิตวิทยาการศึกษา.  กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มาลีณี จุโฑปะมาง.  (2554). จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : เรวัตการพิมพ์.

วีณา  ประชากูล  ประสาท  เนืองเฉลิม. (2553). รูปแบบการเรียนการสอน. พิมพ์ครั้งแรก. มหาสารคาม : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุรางค์  โควตระกูล.  (2553). จิตวิทยาการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (2554).  คู่มือรายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553.  กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.

 

Leave a Reply