ลักษณะการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม

ลักษณะการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม

การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมควรมีลักษณะ ดังนี้

  1. มีปรัชญาที่ชัดเจนในการปรับให้เหมาะกับความแตกต่างของเด็ก ยอมรับว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีสิทธิเช่นเดียวกับเด็กทั่วไปในชุมชน ท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษาต้องให้ความสำคัญในการสนับสนุนเพื่อให้เป็นไปตามปรัชญานี้
  2. การมีการสื่อสารสร้างความรู้ ความเข้าใจการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม แก่ผู้เกี่ยวข้อง ต้องสื่อสารนโยบายนี้ไปยังพ่อแม่ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษและผู้เกี่ยวข้อง
  3. มีกระบวนการตรวจสอบติดตามผลที่เกิดขึ้นจากนโยบายและการปฏิบัติทุก ๆ ด้านที่เป็นผลกระทบต่อการตัดสินใจในการจัดการโรงเรียน หลักสูตร สถานที่ เวลา และทรัพยากรบุคคล
  4. มีทีมงานรับผิดชอบการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม มีผู้เชี่ยวชาญอยู่ในคณะทำงาน มีการกำหนดครูให้เป็นผู้รับผิดชอบที่จะทำให้เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษมีความสุข ครูเหล่านี้ควรพัฒนาการสอนและประเมินการสอนโดยความร่วมมือจากครูทั่วไป และคณะทำงานที่สนับสนุน
  5. มีระบบการติดต่อประสานงานที่มีประสิทธิภาพระหว่างโรงเรียนเครือข่ายเพื่อพัฒนาเด็ก
  6. มีการคัดแยกนักเรียนเพื่อที่จะทราบว่ามีเด็กที่มีความต้องการพิเศษประเภทใดบ้าง เพื่อจะได้จัดการศึกษาได้เหมาะสม
  7. มีการจัดเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เข้าชั้นเรียนอย่างเหมาะสม โรงเรียนควรจัดให้มีจำนวนเด็กที่มีความต้องการพิเศษอย่างเหมาะสมกับชั้นเรียน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ได้กระจายไปยังชั้นเรียนต่าง ๆ ในโรงเรียน
  8. มีสื่อ สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเพียงพอและสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของเด็ก
  9. มีการกำหนดหน้าที่และเครือข่ายระหว่างคณะทำงานต่าง ๆ กับคณะทำงานสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (Student Assistance Team : SAT) อย่างชัดเจน
  10. การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมต้องเป็น “โรงเรียนที่มีคุณภาพ” โดยมีลักษณะดังนี้
  • บรรยากาศของโรงเรียนที่สร้างสรรค์ ได้แก่ มีความปลอดภัย มีระเบียบ วินัยและมีสิ่งแวดล้อมที่มี

วัตถุประสงค์เพื่อให้การเรียนการสอนของครูและนักเรียนเกิดความมั่นใจร่วมกันในความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียน

  • ภารกิจที่ชัดเจน ได้แก่ การกำหนดการเรียนการสอนและความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างคณะทำงาน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และกระบวนการวัดและประเมินผล

  • ภารกิจผู้นำที่สร้างสรรค์ ได้แก่ ผู้บริหารมีภาวะผู้นำมีความรับผิดชอบด้านการสอนและการสื่อสารเพื่อ

คุณภาพของโรงเรียน คณะครู พ่อแม่และนักเรียน

  • ใช้กระบวนการตัดสินใจแบบประชาธิปไตย ได้แก่ การมีส่วนร่วมการตัดสินใจของคณะทำงานและ

ผู้เกี่ยวข้องในโรงเรียน

  • ครูมีความเชื่อต่อการเรียนรวมที่ถูกต้อง ได้แก่ ครูมีความเชื่อร่วมกันว่าเด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้และสามารถที่จะได้รับความสำเร็จในการเรียนตามหลักสูตร
  • ครูสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของนักเรียนด้วยวิธีที่ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป
  • ครูเป็นต้นแบบที่ดี ได้แก่ การตรงต่อเวลา สุภาพ เห็นใจผู้อื่น และปฏิบัติต่อเด็กอย่างให้เกียรติ
  • มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ได้แก่ ชั้นเรียนและบริเวณโรงเรียนมีความดึงดูดใจ นักเรียนมีผลงานที่แสดงในชั้นเรียน
  • นักเรียนมีความกระตือรือร้น ที่ได้รับโอกาสการมีส่วนร่วมในการถามและตอบคำถาม
  • ครูสังเกตความก้าวหน้าของนักเรียนอยู่เสมอ ๆ มีข้อมูลความสำเร็จและความก้าวหน้าที่วัดด้วยการประเมินหลาย ๆ วิธี
  • คุณภาพผู้เรียน ได้แก่ นักเรียนได้มีสิทธิโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกับนักเรียนทั่วไปและได้รับการพัฒนาตามศักยภาพ มีความรู้และทักษะที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข
  • มีกลยุทธ์การพัฒนาที่ต่อเนื่อง เช่น ครูมีโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาด้วยโครงการใหม่
  • จัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม ได้แก่ ให้พ่อแม่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและสนับสนุนในกิจกรรมของโรงเรียน

เอกสารอ้างอิง

ผดุง อารยะวิญญู.  (2542). การเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพมหานคร

: รำไทย เพรส.

ผดุง อารยะวิญญูและวาสนา เลิศศิลป์.  (2550). แนวทางการจัดการเรียนรวม . มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประสานมิตร. กรุงเทพมหานคร

เบญจา ชลธาร์นนท์.  (2542). การศึกษาแบบเรียนรวม. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการศึกษาแบบเรียนรวม.

กรุงเทพมหานคร : สถาบันราชภัฎสวนดุสิต.

นรินทร์ ชัยพัฒนาพงศา.  (2446). การมีส่วนร่วม หลักการพื้นฐาน เทคนิคและกรณีตัวอย่าง. กรุงเทพมหานคร

สมพร หวานเสร็จ.  (2543). การจัดการศึกษาแบบเรียนรวม. อุบลราชธานี : อุบลกิจออฟเซทการพิมพ์

Leave a Reply