หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

เป็นหลักสูตรที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมีความจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากหลักสูตรทั่วไปเนื่องจากความต้องการจำเป็นเฉพาะความพิการของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยจะใช้เป็นกรอบในการประเมินนักเรียน การวางแผนเป้าหมายแต่ละบุคคลและการจัดการศึกษาให้เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วย 9 ทักษะพิเศษ ดังต่อไปนี้

  1. ทักษะวิชาการที่สามารถนำไปใช้ได้และเกิดประโยชน์จริงรวมถึงการสื่อสาร

ข้อสังเกต: หลักสูตรเพิ่มเติมในข้อนี้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ความแตกต่างอยู่ที่ทักษะที่เป็นประโยชน์และทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ทักษะที่เป็นประโยชน์เป็นทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นสำหรับการเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง

โดยปกติแล้ว ทักษะที่เป็นประโยชน์เหล่านี้จะหมายถึงทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้เพื่อเข้าถึงการเรียนรู้ให้ได้เท่าเทียมกับนักเรียนทั่วไป ส่วนทักษะที่นำไปใช้ได้จริงจะหมายถึงทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้ในการเรียนรู้ ทำงาน เล่น เข้าสังคมและดูแลตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด

ทักษะวิชาการที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริง ประกอบด้วย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในลักษณะการพัฒนาแนวคิด ความเข้าใจพิเศษ ทักษะการจัดการและการเรียน ทักษะการพูดและการฟังและทักษะการประยุกต์ใช้การเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง ความจำเป็นในการสื่อสารของนักเรียนแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับระดับการเห็น ผลจากความพิการอื่นๆและกิจกรรมที่ต้องทำ นักเรียนอาจจะต้องใช้อักษรเบรลล์ อักษรตัวขยาย อักษรตัวพิมพ์ปกติ สัญลักษณ์ภาพนูน ระบบปฏิทินกิจกรรม ภาษามือ และ/หรือ สื่อเสียงต่างๆเพื่อใช้ในการสื่อสาร  และความจำเป็นในการปรับตัวเพื่อการเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง

นักเรียนแต่ละคนต้องการการเรียนการสอนจากครูที่มีการเตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพในการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นในทักษะทางวิชาการที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริง ครูจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับทักษะที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริงของนักเรียนว่าสำคัญและไม่มีอยู่ในหลักสูตรแกนกลาง

2.ทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว

สำหรับหลักสูตรเพิ่มเติมด้านทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ ครูที่ได้รับการเตรียมเพื่อสอนทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับหลักสูตรนี้ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองและสภาพแวดล้อม โดยเริ่มจากการเรียนรู้ร่างกายของตนเองจนถึงการเดินทางอย่างอิสระทั้งในเมืองและในชนบท หลักสูตรแกนกลางที่มีอยู่ไม่ได้บรรจุการเรียนการสอนเรื่องนี้ไว้ ซึ่งกล่าวกันว่าผลกระทบเบื้องต้นของความบกพร่องทางการเห็นต่อบุคคลบุคคลหนึ่งคือการสื่อสาร หลักสูตรเพิ่มเติมต้องประกอบด้วยความจำเป็นพื้นฐานและสิทธิพื้นฐานของบุคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นในการเดินทางอย่างอิสระ เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมอย่างเต็มศักยภาพ

  1. ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม

โดยส่วนใหญ่ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของบุคคลทั่วไปจะเรียนรู้จากการสังเกตสภาพแวดล้อมและบุคคลอื่นและแสดงออกอย่างเหมาะสมจากข้อมูลที่ได้เรียนรู้นั้นๆ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นไม่สามารถเรียนรู้ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป การสอนทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังและสอนเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งหลักสูตรแกนกลางที่มีอยู่ไม่ได้กล่าวถึงความสำคัญของการสอนทักษะนี้เท่าที่ควร ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้ถูกบรรจุในหลักสูตเพิ่มเติมตามความต้องการจำเป็นพื้นฐานเพื่อลดการแยกตัวออกจากสังคมและช่วยในการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่

  1. ทักษะการดำรงชีวิตอิสระ

หลักสูตรเพิ่มเติมด้านนี้จะหมายถึงทักษะการใช้ชีวิตประจำวันซึ่งประกอบด้วย การปฏิบัติกิจกรรมต่างๆตามความสามารถของแต่ละบุคคลเพื่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระ หลักสูตรนี้จะประกอบด้วยการดูแลสุขอนามัย การเตรียมอาหาร การจัดการเงิน การจัดการเวลาและอื่นๆ ทักษะชีวิตประจำวันบางอย่างได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรแกนกลางแล้วแต่ยังไม่เพียงพอต่อการเตรียมนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสำหรับการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ การเรียนเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวและคหกรรมศาสตร์ในชั้นเรียนทั่วไปไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเนื่องจากความรู้พื้นฐานที่ต้องเรียนรู้จำเป็นจะต้องขึ้นอยู่กับการมองเห็นซึ่งนักเรียนทั่วไปเรียนรู้ได้โดยการสังเกต นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจะไม่สามารถเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้ถ้าไม่ได้รับการเรียนการสอนอย่างเป็นขั้นตอนจากผู้มีความรู้

  1. ทักษะการใช้เวลาว่างและนันทนาการ

ทักษะการใช้เวลาว่างและนันทนาการ ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรแกนกลางอย่างชัดเจน แต่ปรากฏในวิชาพลศึกษาในรูปแบบของเกมและกีฬาซึ่งเป็นวิธีทั่วไปในการออกกำลังกายของนักเรียนทั่วไป ถึงแม้กิจกรรมหลายๆอย่างในวิชาพลศึกษามีความเหมาะสมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น แต่นักเรียนเหล่านี้ยังต้องการกิจกรรมการใช้เวลาว่างและนันทนาการที่สามารถนำไปใช้ในวัยผู้ใหญ่ได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว บุคคลทั่วไปเลือกกิจกรรมในเวลาว่างและนันทนาการโดยการสังเกตและเลือกกิจกรรมที่ต้องการมีส่วนร่วม การสอนทักษะการใช้เวลาว่างและนันทนาการให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ต้องมีการวางแผน และคำนึงถึงการนำไปใช้เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตในระยะยาวได้

  1. การศึกษาด้านอาชีพ

การจัดการศึกษาด้านอาชีพสำหรับนักเรียนทั่วไปในหลักสูตรแกนกลางมีความสำคัญเช่นเดียวกับการจัดการศึกษาด้านอาชีพให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ทักษะและความรู้ต่างๆในการศึกษาด้านอาชีพที่จัดให้สำหรับนักเรียนทุกคนเป็นประโยชน์สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเช่นกัน แต่ยังไม่เพียงพอต่อการเรียมนักเรียนเหล่านี้ในการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่เนื่องจากการเรียนการสอนความรู้พื้นฐานต่างๆในการประกอบอาชีพขึ้นอยู่กับประสบการณ์ที่ได้รับจากการเห็น การศึกษาด้านอาชีพในหลักสูตรเพิ่มเติมนี้จะจัดให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นทุกช่วงวัย มีโอกาสได้เรียนรู้การทำงานโดยได้รับการปรับให้เหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นได้มีโอกาสได้ค้นหาจุดแข็งและความชอบของพวกเขาอย่างเป็นระบบ จุดอ่อนของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นคือการขาดแคลนข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบอาชีพซึ่งนักเรียนทั่วไปสามารถหาได้จากการสังเกต ทั้งนี้การว่างงานและอุปสรรคในการทำงานเป็นปัญหาหลักที่ผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็นวัยผู้ใหญ่ต้องเผชิญ ดังนั้นการศึกษาด้านอาชีพในหลักสูตรเพิ่มเติมมีความจำเป็นสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นแต่ละบุคคล

  1. เทคโนโลยี

เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่ใช้ปลดล็อกการเรียนรู้และเพิ่มศักยภาพทางการเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรแกนกลางเนื่องจากนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นต้องการหลักสูตรพิเศษในการเรียนการสอนเทคโนโลยี

เทคโนโลยีนับว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความเท่าเทียมให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นให้สามารถสื่อสารกับครู เพื่อนร่วมชั้นเรียนและผู้ปกครองได้  เทคโนโลยีจะช่วยให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถจัดเก็บและนำข้อมูลไปใช้ได้ด้วยตนเอง

เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสื่อสารและการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นได้หลากหลายวิธี ดังนั้น ถือได้ว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จำเป็นต้องบรรจุไว้ในหลักสูตรเพิ่มเติม

  1. ทักษะการใช้ประสาทสัมผัสอย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้ประสาทสัมผัสอย่างมีประสิทธิภาพประกอบด้วยการ เรียนการสอน การใช้สายตาที่เหลืออยู่การฟัง และประสาทสัมผัสอื่นๆ เช่น การเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ช่วยการเห็น การใช้เครื่องช่วยฟัง เครื่องมือช่วยการสื่อสาร เป็นต้น นอกจากนี้ยังเรียนรู้วิธีการบูรณาการประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่เพื่อชดเชยประสาทสัมผัสที่หายไป เช่น การสัมผัส  การลิ้มรส การดมกลิ่น  แทนการใช้สายตาในการระบุสิ่งต่างๆ รวมทั้งการใช้การฟังและประสาทสัมผัสอื่นๆในการระบุตัวบุคคลโดยที่ไม่ใช้สายตา

  1. ทักษะการตัดสินใจด้วยตนเอง

หลักสูตรเพิ่มเติมนี้เน้นความสำคัญของความเชื่อมั่นในตนเองโดยการเข้าใจถึงความสามารถและข้อจำกัดของตัวเอง นักเรียนเรียนรู้จากความสำเร็จและความล้มเหลวเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายในชีวิต การตัดสินใจด้วยตนเองเป็นความสามารถที่บุคคลใช้ในการกำหนดเป้าหมายในชีวิตให้สามารถใช้ชีวิตในสังคมร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

 http://www.afb.org/info/programs-and-services/professional-development/education/expanded-core-curriculum/the-expanded-core-curriculum/12345

 

Leave a Reply