นิยามความหมายของเรียนรวม

นิยามความหมายของเรียนรวม

การเรียนรวมมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Inclusive Education สำหรับคำว่า  Inclusive เป็นคำคุณศัพท์มาจากคำนามว่า inclusion เป็นคำมาจากรากศัพท์ภาษาลาตินว่า  “Includo”  หมายถึง  การรวมเข้าด้วยกัน (Katen. 2005 : 2)  ปัจจุบันมีนักการศึกษานำไปใช้เรียกการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมว่า Inclusive  education  ซึ่งเป็นการจัดการศึกษาให้กับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษทางการศึกษาได้เรียนกับเด็กทั่วไปการเรียนรวมเป็นแนวคิดที่ประสมประสานระหว่างหลักทางการศึกษาและสังคม  บนพื้นฐานความเชื่อในเรื่องของสิทธิมนุษยชนและความแตกต่างระหว่างบุคคลให้ความสำคัญกับเด็กในฐานะเป็นสมาชิกคนหนึ่งในโรงเรียนสังคมและชุมชนสำหรับความหมายของการเรียนรวมมีนักการศึกษาได้นิยามไว้ดังนี้

Snow, K.( 2007: อ้างถึงใน  กิ่งเพชร  ส่งเสริม) ได้ให้นิยามของคำว่า  “การเรียนรวม”  หมายถึงการที่เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้เข้าเรียนในโรงเรียนโดยได้รับการเอาใจใส่เสมือนไม่ได้มีความบกพร่องใดๆ ได้รับบริการ และการช่วยเหลือสนับสนุนในชั้นเรียนจากเพื่อนและครูโดยนักเรียนที่มีความบกพร่องมีส่วนร่วมในการเป็นสมาชิกของโรงเรียนและกิจกรรมต่างๆในโรงเรียนอย่างเต็มที่

Moor,C.(2007:อ้างถึงในกิ่งเพชรส่งเสริม)ได้ให้นิยามของคำว่า“การเรียนรวม”หมายถึงการออกแบบการสอนและการช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในบริบทของการจัดการศึกษาทั่วไปนักเรียนทุกคนเป็นสมาชิกที่สมบูรณ์ในโรงเรียนนักเรียนแต่ละคนจะมีความเท่าเทียมกันในโอกาสและสภาพแวดล้อมทางการศึกษาทั่วไป

Todorovski,K.(2007:อ้างถึงในกิ่งเพชรส่งเสริม)ได้ให้นิยามของคำว่า“การเรียนรวม”หมายถึงการจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคนเด็กทุกคนได้รับการยอมรับการช่วยเหลือสนับสนุนการให้โอกาสทางการศึกษาตามความต้องการและความสามารถ

Stainback,&Stainback,W(1996:3)ได้ให้ความหมายของ“การเรียนรวม”หมายถึงการจัดการศึกษาของโรงเรียนสำหรับเด็กทุกคนโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องพื้นฐานทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรมโรงเรียนจะหาวิธีการที่ช่วยให้เด็กทุกคนเรียนด้วยกันได้และได้รับประโยชน์จากการเรียนรู้ด้วยกัน

Knight,A(1999: อ้างถึงในกิ่งเพชรส่งเสริม)ได้ให้นิยามของคำว่า“การเรียนรวม”หมายถึงการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความบกพร่องเข้ามามีส่วนร่วมและเป็นสมาชิกของโรงเรียนโดยไม่มีการแบ่งแยกเด็กทุกคนจะได้รับการศึกษาร่วมกับเพื่อนในสภาพแวดล้อมเดียวกันโรงเรียนที่จัดการศึกษาแบบเรียนรวมจะตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าโลกคือประชาคมโดยรวมที่มีพลเมืองแตกต่างกันทั้งความบกพร่องศาสนาเชื้อชาติ  การเรียนรวมนั้นนักเรียนที่มีความบกพร่องจะเข้าสู่ห้องเรียนปกติทุกคนจะได้เรียนรู้ตามคุณลักษณะและความต้องการที่หลากหลาย

Desai, l (2007) นิยามของคำว่า การเรียนรวม หมายถึง การจัดการศึกษาในโรงเรียนสำหรับทุกคน โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ทุกคนมีส่วนร่วม ได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากเพื่อนๆ บุคลากรจากชุมชนเพื่อตอบสนองความต้องการในการพัฒนาผู้เรียน

Michigan Department of Education (2004: online) and Geerry (2008: online) ให้นิยามคำว่า “การเรียนรวม” หมายถึง การจัดบริการทางการศึกษา ให้กับเด็กที่มีความบกพร่องในโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนเด็กปกติ มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเหมาะสมกับอายุภายใต้การสอนของครูทั่วไปด้วย การจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

UNESCO (2005) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การเรียนรวมเป็นกระบวนการที่เกี่ยวพันและตอบสนองต่อความหลากหลายของผู้เรียนที่มีลักษณะความต้องการที่แตกต่างกัน เป็นกระบวนการ ที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากหลายฝ่ายเกี่ยวกับการเรียนรู้วัฒนธรรมและชุมชน เป็นกระบวนการที่เน้นให้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหลักสูตรหรือเนื้อหาที่จะนำมาใช้สอนเด็กหรือเนื้อหาที่นำมาใช้สอนเด็ก วิธีที่ครูนำมาใช้สอน ตลอดจนกลไกต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ รวมถึงการวัดผลประเมินผล ซึ่งจะต้องครอบคลุมการศึกษาสำหรับทุกคน ตามความเหมาะสมกับอายุและความสามารถของเด็ก และถือเป็นความรับผิดชอบของระบบการศึกษาที่ต้องดำเนินการดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ

การเรียนรวมเป็นการจัดการศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ เพศ วัย ความสามารถ ความบกพร่อง และศาสนามีส่วนร่วมในสังคมเดียวกัน เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเด็กทุกคน เพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทางโรงเรียนจะต้องเป็นฝ่ายปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ดังนี้

  • พัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเพื่อการเรียนรวม ทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบและแก้ปัญหาร่วมกัน
  • ใช้ทรัพยากรในชุมชน
  • ผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์การสอนที่หาได้จากวัสดุในท้องถิ่น
  • แสวงหาแหล่งเรียนรู้ที่สนับสนุนการจัดการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับทุกคน
  • จัดสิ่งแวดล้อมให้เข้าถึงได้ง่ายและให้การต้อนรับทุกคน
  • พัฒนานโยบายเพื่อตอบสนองความหลากหลายและลดการแบ่งแยกนักเรียน
  • พัฒนาการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยสอน
  • พัฒนาความสัมพันธ์ขององค์กรในชุมชน สมาคมผู้ปกครอง

Giargreco,M.(2008).(Online) ให้นิยามว่า การเรียนรวมหมายถึง  การจัดการศึกษาในลักษณะต่างๆดังนี้
1) นักเรียนทุกคนได้รับการต้อนรับเข้าสู่โรงเรียนปกติ  นักเรียนได้รับการดูแล เอาใจใส่ไม่ว่าจะมีความบกพร่องหรือไม่  นักเรียนที่มีความบกพร่องจะได้รับการช่วยเหลือและบริการอย่างเหมาะสม

2) นักเรียนจะได้รับการศึกษาในชั้นเรียนที่จัดให้สำหรับเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ

3) นักเรียนจะได้รับการศึกษาไปพร้อมกับเพื่อนอายุรุ่นเดียวกันโดยไม่คำนึงว่าเป็นเด็กที่มีความบกพร่อง

4) นักเรียนที่มีความสามารถและลักษณะแตกต่างกันจะมีส่วนร่วมในการได้รับประสบการณ์ด้านการศึกษาโดยการได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนด้านการสอนแตกต่างกัน การสอนหลายระดับความสามารถ

5) การแบ่งปันประสบการณ์เกิดขึ้นระหว่างเด็กปกติและเด็กที่มีความบกพร่องในห้องเรียนปกติ

ผดุง  อารยวิญญู. (2541)  กล่าวว่าการเรียนรวม   Inclusive Education  หมายถึงการจัดการศึกษาโดยวิธีเรียนรวมระหว่างเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  เป็นแนวคิดทางการศึกษาอย่างหนึ่งที่ว่าสถานศึกษาจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กทุกคน  โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเด็กคนใดเป็นเด็กปกติหรือเด็กคนใดเป็นเด็กที่มีความต้องการพิเศษ  เด็กทุกคนที่ผู้ปกครองพามาเข้าโรงเรียน  สถานศึกษาต้องรับเด็กไว้และจัดการศึกษาให้เขาอย่างเหมาะสม  การเรียนรวมยังมีความหมายไปถึง  การศึกษาที่ไม่แบ่งแยกตั้งแต่ระดับอนุบาลประถมศึกษา  มัธยมศึกษา  อุดมศึกษา  ตลอดจนการดำรงชีพของคนในสังคมหลังสำเร็จการศึกษาต้องดำเนินไปในลักษณะ “รวมกัน”
จากความหมายของการเรียนรวมที่กล่าวมาข้างต้นสรุปได้ว่า  การเรียนรวม  หมายถึงการจัดการศึกษาที่ตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียนทุกคน  นักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษได้เข้าเรียนในโรงเรียนกับนักเรียนทั่วไป  โดยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน  บุคลากรทุกคนในโรงเรียนให้การยอมรับเอาใจใส่  ให้การช่วยเหลือสนับสนุนในฐานะเป็นสมาชิกคนหนึ่งของโรงเรียน  ไม่มีการแบ่งแยกนักเรียนมีส่วนร่วมในการเป็นสมาชิกของโรงเรียนและกิจกรรมต่างๆในโรงเรียนที่  การออกแบบการสอนและการช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในบริบทของการจัดการศึกษาทั่วไปเด็กทุกคนจะได้รับการศึกษาที่เหมาะสมกับระดับความสามารถด้วยการสนับสนุนด้านการสอนที่แตกต่างกันและได้เรียนไปกับเพื่อนในสภาพแวดล้อมเดียวกัน

ความหมายของการเรียนร่วมและการเรียนรวม

การเรียนร่วม ตรงกับภาษาอังกฤษว่าMainstreaming (บางทีจะเรียกว่าการเรียนร่วมเต็มเวลา) หมายถึงการส่งเด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้าไปเรียนในชั้นปกติและมีความคาดหมายว่าเด็กที่ส่งเข้าไปเรียนจะต้องสามารถบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาเช่นเดียวกับเด็กปกตินั่นคือเด็กจะต้องเรียนได้ในหลักสูตรเดียวกันกับเด็กปกติและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับเด็กอื่นๆ

ส่วนการเรียนรวมตรงกับภาษาอังกฤษว่าInclusive (บางทีก็เรียก Inclusion เพียงคำเดียว) หมายถึงการให้การศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุศักยภาพสูงสุดตามความเหมาะสมของแต่ละคนในโรงเรียนเดียวกันกับเด็กปกติและเป็นโรงเรียนในชุมชนใกล้บ้านของเด็กเป็นการนำความช่วยเหลือสนับสนุนเข้ามายังโรงเรียนหรือห้องเรียน (แทนการส่งเด็กเข้าไปรับบริการ) และให้นักเรียนได้รับประโยชน์จากการให้บริการทางการศึกษาแต่ไม่ใช่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่โรงเรียนกำหนด (WEAC, 2007 อ้างถึงในผดุงอารยะวิญญูและคณะ,2551)

ปรัชญาของการเรียนรวม

การเรียนรวมเป็นการจัดการศึกษาที่นักการศึกษาเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความเท่าเทียมกันทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันการจัดการเรียนรวมมีปรัชญาดังนี้ (ผดุงอารยะวิญญูและวาสนาเลิศศิลป์ ,2550 : 6 –7)

1)โอกาสที่เท่าเทียมกัน (Equal Opportunity)บุคคลทุกคนควรได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าบุคคลนั้นจะมีความบกพร่อง มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในระดับใดก็ตาม

2)ความหลากหลาย (Diversity)ในมวลหมู่มนุษย์ทั้งปวงย่อมมีความแตกต่างอย่างหลากหลายจะให้มนุษย์เหมือนกันทุกคนไม่ได้การให้การศึกษาจึงต้องยอมรับในความแตกต่างในหมู่ชนการศึกษาที่ให้จะต้องแตกต่างกันแต่ทุกคนจะต้องเคารพในความหลากหลาย

3) ความปกติ (Normalization) บุคคลพิการทำภารกิจและกิจกรรมตามบรรทัดฐานทางสังคมของวัฒนาธรรม ซึ่งหมายถึง การให้โอกาสคนพิการเช่นเดียวกับคนทั่วไป ข้อควรคำนึง ไม่ใช่การผลักดันหรือทำให้คนพิการเป็นคนปกติ โดยสภาพแวดล้อมจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้บุคคลได้รับประสบการณ์

4)สังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม (Multicultural Society)ในแต่ละสังคมย่อมมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมคนในสังคมต้องยอมรับในความหลากหลายนั้นการให้การศึกษาจึงต้องคำนึงถึงความหลากหลายของคนหลายวัฒนธรรมในสังคมนั้นๆ

5)ศักยภาพของบุคคล (Potential)มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนอย่างไรก็ตามย่อมมีศักยภาพทั้งนั้นเพียงแต่มีศักยภาพไม่เท่ากันดังนั้นการให้การศึกษาต้องให้จนบรรลุศักยภาพของแต่ละคนไม่ใช่ให้การศึกษาในปริมาณที่เท่ากันคุณภาพเท่ากันซึ่งไม่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละคน

6)มนุษย์นิยม (Humanism)มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีคนในสังคมควรมีความเข้าใจกันเพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้

7)การเป็นสังคม(Socialization) มนุษย์เป็นสัตว์สังคมเราไม่สามารถแยกมนุษย์ออกจากกันได้เพราะธรรมชาติของมนุษย์ต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันช่วยเหลือพึ่งพากันการให้การศึกษาโดยการแบ่งแยกจึงไม่สอดคล้องกับความเป็นมนุษย์

8)ความเป็นส่วนบุคคล (Individualization) บุคคลแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เหมือนผู้อื่นดังนั้นในการจัดการศึกษาควรคำนึงถึงความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล

9)การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน (Dependency) มนุษย์มีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันการจัดการเรียนรวมทำให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

10)สภาวะแวดล้อมที่มีข้อจำกัดน้อยที่สุด(Least Restrictive Environment) การให้การศึกษาจะต้องให้ในสภาวะที่เด็กเรียนได้และจะต้องนำเขากลับสู่สังคมปกติโดยเร็วที่สุด

จากปรัชญาการเรียนรวม 10 ประการที่กล่าวข้างต้นสอดคล้องกับปรัชญาการเรียนรวมของนักการศึกษาในประเด็นต่างๆดังนี้

1 การเรียนรวมจัดขึ้นบนฐานความเชื่อที่ว่าบุคคลสามารถอยู่กับผู้อื่นได้ถึงแม้ว่าจะมีความแตกต่างด้านเชื้อชาติศาสนาความต้องการความบกพร่องดังนั้นนักเรียนทุกคนจึงสามารถเรียนรู้และเติบโตขึ้นในสิ่งแวดล้อมเดียวกัน

2 การเรียนรวมเป็นการจัดการศึกษาให้นักเรียนเรียนรู้ด้วยกันในโรงเรียนเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันร่วมมือกันทำงานและรับผิดชอบ

3 การเรียนรวมเป็นการจัดการศึกษาที่มีประโยชน์ต่อเด็กที่มีความบกพร่องให้มีโอกาสได้เรียนในห้องเรียนเดียวกันกับเด็กทั่วไป

สรุปได้ว่าปรัชญาการเรียนรวมได้เน้นความสำคัญของการจัดการศึกษาบนความเท่าเทียมความหลากหลายการใช้ชีวิตด้วยการพึ่งพาอาศัยกัน เรียนด้วยกันโดยไม่มีการแบ่งแยกซึ่งนับว่าเป็นการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับสภาพชีวิตจริงที่มนุษย์ต้องใช้ชีวิตกับผู้อื่นในสังคมที่มีความแตกต่างหลากหลาย

เอกสารอ้างอิง

ผดุง อารยะวิญญู.  (2542). การเรียนร่วมระหว่างเด็กปกติกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. กรุงเทพมหานคร

: รำไทย เพรส.

ผดุง อารยะวิญญู.  (2541). การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร

: โรงพิมพ์แว่นแก้ว.

ผดุง อารยะวิญญูและวาสนา เลิศศิลป์.  (2550). แนวทางการจัดการเรียนรวม . มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ประสานมิตร. กรุงเทพมหานคร

เบญจา ชลธาร์นนท์.  (2542). การศึกษาแบบเรียนรวม. เอกสารประกอบการสอนรายวิชาการศึกษาแบบเรียนรวม.

กรุงเทพมหานคร : สถาบันราชภัฎสวนดุสิต.

นรินทร์ ชัยพัฒนาพงศา.  (2446). การมีส่วนร่วม หลักการพื้นฐาน เทคนิคและกรณีตัวอย่าง. กรุงเทพมหานคร

 

Leave a Reply