สื่อการเรียนรู้ผ่านการมองเห็น โดย โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จังหวัดอุบลราชธานี

36730174_10209325463812505_1292769634084192256_n

โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จังหวัดอุบลราชธานี เป็นโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่บกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยโรงเรียนมีเป้าหมายในการจัดการศึกษาเพื่อให้นักเรียนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สามารถประกอบอาชีพได้และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ซึ่งการจัดการเรียนการสอนนักเรียนกลุ่มนี้ ต้องใช้สื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจ จากการศึกษาวิจัย พบว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก นั้น สามารถเรียนรู้ได้ดีเมื่อใช้สื่อการเรียนรู้จากการมองเห็น เช่น วัตถุจริง ภาพถ่าย ภาพสัญลักษณ์ โลโก้ต่างๆ จากหลักการและแนวคิดดังกล่าว โรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จึงได้มีการนำ ; สื่อการเรียนรู้ผ่านการมองเห็น ; ประเภท รูปภาพ ป้าย สัญลักษณ์ต่าง ๆ มาปรับใช้ในบริเวณต่าง ๆของโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็น อาคารเรียน หอนอนนักเรียน รวมถึงบริเวณรอบ ๆ โรงเรียน ทำให้นักเรียนบกพร่องทางสติปัญญาและ ออทิสติกของโรงเรียนอุบลปัญญานุกูล จังหวัดอุบลราชธานี เกิดการเรียนรู้และมีพัฒนาการในการดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ครูผู้สอน ผู้ดูแลสามารถจัดระเบียบให้กับนักเรียนได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น นับว่าเป็นสื่อการเรียนรู้ที่ได้ผลดีและเหมาะสมกับนักเรียนกลุ่มนี้เป็นอย่างยิ่ง

อ่านเพิ่มเติม


การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม

 การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม การช่วยเหลือในชั้นเรียนจะมีความหลากหลาย และควรเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการจำเป็นเฉพาะของนักเรียน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวทางในการจัด หรือปรับการช่วยเหลือในชั้นเรียนที่เคยปฏิบัติแล้วและได้ผลดี สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นอาจมีความยากลำบากในการที่จะเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถทำได้ ดังนั้นครูควรส่งเสริม หรือกระตุ้นให้นักเรียนพึ่งพาตนเองให้บ่อยและมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดกับการเรียนรู้ที่จะไม่ช่วยเหลือตนเอง (Learned Helplessness) โดยครูใช้การกระตุ้นให้นักเรียนเดินไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องเรียนด้วยตนเอง และกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบของห้องเรียน และให้สมาชิกทุกคนในห้องเรียนช่วยกันจัดและรักษาตำแหน่งของโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องเรียนให้อยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ต้องคอยดูให้ประตูเก็บของปิดอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนเก้าอี้เข้าไปอยู่ในโต๊ะถ้าไม่ได้ใช้ ไม่เปิดประตูค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถเดินไปยังที่ต่างๆ ของห้องเรียนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ครูจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากครูผู้สอนการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility) ในการจัดชั้นเรียนที่ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และช่วยให้นักเรียนคุ้นเคยกับห้องเรียน ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นพึงพาตนเองได้ คือ การเรียนรู้ว่าเมื่อไรควรที่จะขอความช่วยเหลือ ในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นไปไม่ได้ที่กิจกรรมการเรียนรู้ทุกกิจกรรมที่ครูออกแบบมาจะมีความเหมาะสมกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมให้ กุญแจความสำเร็จ คือ การออกแบบแผนการเรียนรู้ต้องช่วยให้นักเรียนมีโอกาสลงมือทำได้อย่างอิสระอย่างเต็มที่ การปรับสภาพแวดล้อมห้องเรียน เพื่อให้เป็นห้องเรียนที่เอื้อต่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก สิ่งหนึ่งที่ครูสามารถทำได้ คือ ต้องทราบระดับการเห็นของนักเรียน นักเรียนทำงาน หรือมีรูปแบบเรียนรู้อย่างไร ตัวอย่าง […]

อ่านเพิ่มเติม


นวัตกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

59010f3c2759113134292f22_IMG_3107

นวัตกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น การเรียนการสอนถือว่าเป็นงานที่คุณคิดว่ายากแล้วล่ะก็ ยิ่งถ้าเมื่อคุณมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นอย่างรุนแรง จึงทำให้เป็นสิ่งที่ยากต่อการเรียนการสอน แต่ปัจจุบันนั้นมีเทคโนโลยีที่ก้าวไกลในทศวรรษที่ผ่านมา เทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงได้ช่วยบรรเทาภาระอันหนักอึ้งของการเรียนการสอนนั้นแม้จะไม่ใช่เทคโนโลยีที่ใช้ได้อย่างสะดวกสบายและมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายก็ตามและในบทความนี้จะนำเสนอนวัตกรรม 5 อย่าง ที่ครูผู้สอนสามารถนำมาผสมผสานเข้าไปใช้ในชั้นเรียนแล้วเพื่อช่วยให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถใช้ชีวิตที่สะดวกสบายและง่ายขึ้น หนึ่งในข้อดีของเทคโนโลยีที่ทันสมัยคือเทคโนโลยีที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีการเข้าถึงที่เพิ่มมากขึ้นและนี่ก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะราคาที่สูงของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เฉพาะอย่างนั้นเป็นอุปสรรคที่สำคัญของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ซึ่งในการผลิตในจำนวนที่มากก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ราคาของเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกลง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการใช้สมาร์ทโฟนซึ่งเป็นสิ่งที่จะกล่าวถึงดังต่อไปนี้ สมาร์ทโฟน           ในขณะที่ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ เป็นหน้าจอแบบสัมผัสทั้งหมดและอาจจะดูว่าเป็นแนวคิดที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็น แต่ในความเป็นจริงแล้วสมาร์ทโฟนที่มีประสิทธิภาพนั้นสามารถให้ประโยชน์ได้มากกว่าโทรศัพท์แบบปุ่มกดที่ไม่มีสัญลักษณ์ที่คนตาบอดสามารถสัมผัสได้ การมีสมาร์ทโฟนเปรียบเสมือนกับการมี คอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ที่มีประสิทธิภาพอยู่ในกระเป๋าของคุณ  นั่นหมายความว่าคุณจะมีเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกซึ่งในอดีตมีราคาสูงมากอยู่ในรูปแบบของแอพพลิเคชัน ยกตัวอย่างเช่นแอพพลิเคชันกล้องที่ช่วยอ่านหนังสือช่วยให้คุณสามารถใช้กล้องในสมาร์ทโฟนเพื่ออ่านสัญลักษณ์หรือแผ่นกระดาษที่มีตัวหนังสือแล้วแปลงออกมาเป็นเสียงพูดโดยซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Text to Speech เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถรับรู้และเข้าถึงสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวได้ สมาร์ทโฟนนั้นสามารถที่จะนำข้อมูลคำสั่งเสียงเชื่อมต่อกับซอฟแวร์ได้เท่ากับ ว่าถ้ามี อีบุ๊คก็สามารถที่จะสั่งให้สามารถอ่านออกเสียงได้โดยที่จะมีตัวช่วยเป็นซอฟแวร์ในการเข้าถึงนั้น นอกจากนั้นแล้วสมาร์ทโฟนยังมีฟังชั่น สิริ ที่ช่วยให้คุณสามารถค้นหา ข้อมูลที่ต้องการและควบคุมฟังชั่นต่างๆได้โดยการป้อนคำสั่งเสียงลงไป อุปกรณ์ช่วยอ่านแบบพกพา (Handheld TTS Devices)   การแปลงข้อความจากตัวอักษรทั่วไปเป็นอักษรเบรลล์นั้นเป็นกระบวนการที่ยาวนานและมีค่าใช้จ่ายที่สูง นอกจากนั้นแล้วหนังสืออักษรเบรลล์ยังมีราคาแพงเช่นเดียวกัน การใช้เครื่องช่วยอ่านแบบพกพาจะช่วยให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถอ่านข้อความที่เป็นตัวหนังสือทั่วไปได้ด้วยตนเอง ซึ่งในระยะยาว ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปมาก เพราะคุณสามารถใช้สื่อการสอนที่เป็นตัวหนังสือทั่วไปได้โดยตรง ในระหว่างการพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้ ได้มีการเพิ่มเติมฟังชั่นเพื่อให้สามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การเพิ่มหน่วยความจำ เพื่อใช้บันทึกข้อมูลไว้ฟังภายหลังได้   โปรแกรมอ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ (Screen reader software) ปัจจุบันเราอยู่ในยุคของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ต่างๆที่ทุกคนต้องการในระยะแรกคอมพิวเตอร์มีระบบการเข้าถึงแต่ก็ยังไม่เทียบเท่าในปัจจุบัน […]

อ่านเพิ่มเติม


หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น เป็นหลักสูตรที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมีความจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากหลักสูตรทั่วไปเนื่องจากความต้องการจำเป็นเฉพาะความพิการของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยจะใช้เป็นกรอบในการประเมินนักเรียน การวางแผนเป้าหมายแต่ละบุคคลและการจัดการศึกษาให้เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วย 9 ทักษะพิเศษ ดังต่อไปนี้ ทักษะวิชาการที่สามารถนำไปใช้ได้และเกิดประโยชน์จริงรวมถึงการสื่อสาร ข้อสังเกต: หลักสูตรเพิ่มเติมในข้อนี้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ความแตกต่างอยู่ที่ทักษะที่เป็นประโยชน์และทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ทักษะที่เป็นประโยชน์เป็นทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นสำหรับการเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง โดยปกติแล้ว ทักษะที่เป็นประโยชน์เหล่านี้จะหมายถึงทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้เพื่อเข้าถึงการเรียนรู้ให้ได้เท่าเทียมกับนักเรียนทั่วไป ส่วนทักษะที่นำไปใช้ได้จริงจะหมายถึงทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้ในการเรียนรู้ ทำงาน เล่น เข้าสังคมและดูแลตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด ทักษะวิชาการที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริง ประกอบด้วย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในลักษณะการพัฒนาแนวคิด ความเข้าใจพิเศษ ทักษะการจัดการและการเรียน ทักษะการพูดและการฟังและทักษะการประยุกต์ใช้การเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง ความจำเป็นในการสื่อสารของนักเรียนแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับระดับการเห็น ผลจากความพิการอื่นๆและกิจกรรมที่ต้องทำ นักเรียนอาจจะต้องใช้อักษรเบรลล์ อักษรตัวขยาย อักษรตัวพิมพ์ปกติ สัญลักษณ์ภาพนูน ระบบปฏิทินกิจกรรม ภาษามือ และ/หรือ สื่อเสียงต่างๆเพื่อใช้ในการสื่อสาร  และความจำเป็นในการปรับตัวเพื่อการเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง นักเรียนแต่ละคนต้องการการเรียนการสอนจากครูที่มีการเตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพในการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นในทักษะทางวิชาการที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริง ครูจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับทักษะที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริงของนักเรียนว่าสำคัญและไม่มีอยู่ในหลักสูตรแกนกลาง 2.ทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว สำหรับหลักสูตรเพิ่มเติมด้านทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ ครูที่ได้รับการเตรียมเพื่อสอนทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับหลักสูตรนี้ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองและสภาพแวดล้อม โดยเริ่มจากการเรียนรู้ร่างกายของตนเองจนถึงการเดินทางอย่างอิสระทั้งในเมืองและในชนบท หลักสูตรแกนกลางที่มีอยู่ไม่ได้บรรจุการเรียนการสอนเรื่องนี้ไว้ ซึ่งกล่าวกันว่าผลกระทบเบื้องต้นของความบกพร่องทางการเห็นต่อบุคคลบุคคลหนึ่งคือการสื่อสาร หลักสูตรเพิ่มเติมต้องประกอบด้วยความจำเป็นพื้นฐานและสิทธิพื้นฐานของบุคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นในการเดินทางอย่างอิสระ เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมอย่างเต็มศักยภาพ ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยส่วนใหญ่ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของบุคคลทั่วไปจะเรียนรู้จากการสังเกตสภาพแวดล้อมและบุคคลอื่นและแสดงออกอย่างเหมาะสมจากข้อมูลที่ได้เรียนรู้นั้นๆ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นไม่สามารถเรียนรู้ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป การสอนทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังและสอนเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งหลักสูตรแกนกลางที่มีอยู่ไม่ได้กล่าวถึงความสำคัญของการสอนทักษะนี้เท่าที่ควร ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้ถูกบรรจุในหลักสูตเพิ่มเติมตามความต้องการจำเป็นพื้นฐานเพื่อลดการแยกตัวออกจากสังคมและช่วยในการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ ทักษะการดำรงชีวิตอิสระ […]

อ่านเพิ่มเติม