ระดับการได้ยินและความสามารถในการเข้าใจ

ระดับการได้ยินและความสามารถในการเข้าใจ           โดยทั่วไปการวัดระดับการได้ยินจะอาศัยการวัดความถี่ของเสียง ซึ่งช่วงความถี่ที่นิยมใช้จะอยู่ในช่วง 500 – 2000 เฮิทซ์ เพราะเป็นช่วงความถี่ของเสียงพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยคนปกติจะเริ่มได้ยินเสียงต่าง ๆ เมื่อเสียงดังไม่เกิน 25 เดซิเบล ในขณะที่คนหูตึงจะเริ่มได้ยินเมื่อเสียงดังมากกว่านั้น เช่น 40, 75 หรือ 90 เดซิเบล ดังนั้นผู้ที่สูญเสียการได้ยินหรือผู้ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินจึงหมายถึง ผู้ที่เริ่มได้ยินเสียงที่ดังเกิน 25 เดซิเบลขึ้นไป โดยมีการแบ่งระดับการได้ยินออกเป็น 6 ระดับ และแสดงในตาราง (ศรียา นิยมธรรม, 2551, น. 23-25) ดังนี้ ระดับปกติ                     เริ่มได้ยินเสียงที่ดังไม่เกิน 25 เดซิเบล ระดับหูตึงเล็กน้อย       เริ่มได้ยินเมื่อเสียงดัง 26 […]

อ่านเพิ่มเติม


การพัฒนาความสามารถอ่านและเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินโดยใช้วิธีการแผนที่ความคิด (Mind Map) ร่วมกับแบบฝึกประกอบภาษามือ

บทคัดย่อ งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อศึกษาความสามารถ่านและเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน หลังการสอนโดยใช้วิธีการแผนที่ความคิด (Mind map )ร่วมกับแบบฝึกประกอบภาษามือ โดยใช้การวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นแบบเจาะจง เคริ่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านและการเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ค่ามัธยฐาน (Median)  ค่าพิสัยควอไทล์ (Interquartile Range)และ The Wilcoxon Matched –Pairs Signed-Ranks Test  ผลการวิจัยพบว่า  ความสามารถอ่านคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา หลังการสอนโดยใช้วิธีการแผนที่ (Mind Map) ร่วมกับแบบฝึกประกอบภาษามือ อยู่ในระดับดีมาก สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ความสามารถเขียนคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตรา หลังการสอนโดยใช้วิธีการแผนที่ (Mind Map) ร่วมกับแบบฝึกประกอบภาษามือ อยู่ในระดับดีมากสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ดารณี ศักดิ์ศิริผล 2553 http://ir.swu.ac.th/xmlui/bitstream/handle/123456789/2624/Daranee_S_R402957.df?sequence=1

อ่านเพิ่มเติม


ประสาทหูเทียม

cochler 3

ประสาทหูเทียม หรือ Cochlear Implant  เป็นอุปกรณ์เปลี่ยนสัญญาณเสียงเป็นสัญญาณไฟฟ้าไปกระตุ้นที่ปลายประสาทการได้ยินโดยตรง และส่งต่อไปยังสมองให้รับรู้เสียง ประสาทหูเทียมประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ส่วน คือ เครื่องรับสัญญาณที่ฝังในกระดูกหลังใบหูและอิเล็กโทรดที่สอดไว้ในกระดูกก้นหอย (Cochlea) และเครื่องแปลงสัญญาณ (Sound Processor) แขวนหลังใบหู ประสาทหูเทียมแตกต่างจากเครื่องช่วยฟังอย่างไร เครื่องช่วยฟังเป็นอุปกรณ์ช่วยขยายเสียงให้มีความดังมากพอที่จะกระตุ้นเซลล์รับเสียงในหูชั้นในให้ส่งสัญญาณประสาทไปตามเส้นประสาทของผู้มีความบกพร่องทางการได้ยินเล็กน้อยถึงปานกลางที่ยังมีเซลล์ขนรับเสียงหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ประสาทหูเทียมจะเข้าไปทำหน้าที่ทดแทนส่วนของเซลล์ขนรับเสียงที่ถูกทำลาย และส่งสัญญาณไฟฟ้าที่แปลงได้ไปตามเส้นประสาทการได้ยินทำให้สามารถได้ยินเสียง    การได้ยินด้วยประสาทหูเทียม ได้รับการออกแบบมา เพื่อช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียการได้ยินระดับรุนแรง ที่ไม่ได้รับประโยชน์จากการใช้เครื่องช่วยฟัง ประโยชน์ที่ได้รับจากประสาทหูเทียม แบ่งผู้ใช้ออกเป็น 2 กลุ่ม 1 กลุ่มเด็กที่สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิด ประสาทหูเทียมจะช่วยให้สามารถได้ยินเสียงมีทักษะในการโต้ตอบสื่อความหมาย เกิดการพัฒนาภาษา สื่อสารด้วยภาษาพูดได้ เรียนร่วมในโรงเรียนปกติ มีโอกาสทางการศึกษา พึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นและอยู่ในสังคมได้อย่างคนทั่วไป 2 กลุ่มเด็กโตและผู้ใหญ่ที่มีภาษามาก่อนและสูญเสียการได้ยินภายหลัง ภาษาจะค่อยๆ หายไป เมื่อใส่ประสาทหูเทียมจะช่วยให้ภาษาฟื้นกลับมา แยกแยะเสียงพูดได้ ใช้ชีวิตได้ตามปกติ พึ่งพาตนเองได้ ผู้ที่เหมาะสมกับการผ่าตัดประสาทหูเทียม ผู้ใหญ่ หูหนวกทั้ง 2 ข้าง สูญเสียการได้ยินแต่กำเนิดใส่เครื่องช่วยฟัง ใช้ภาษาพูดและต่อมาสูญเสียการได้ยินมากขึ้น ไม่ได้รับประโยชน์จากเครื่องช่วยฟัง ต้องการใช้ภาษาพูด เด็ก […]

อ่านเพิ่มเติม


ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ลักษณะของบุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน โดยทั่วไปสามารถสังเกตได้ ดังนี้  (ผดุง อารยะวิญญู, 2542),  เกยูร วงศ์ก้อม,2548 : 29) การพูด บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอาจจะมีปัญหาในการพูด เช่น พูดได้น้อย หรือพูดไม่ชัด ต้องใช้ภาษาท่าทางหรือภาษามือในการสนทนาหรือถ่ายทอดข้อมูล ความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สูญเสียการได้ยิน เช่น หากบุคคลสูญเสียการได้ยินตั้งแต่กําเนิดอาจจะมีปัญหาในการพูดมากกว่าบุคคลที่สูญเสียการได้ยินภายหลัง หลังจากมีภาษาพูดแล้ว และได้รับการสอนพูดตังแต่เด็กหรือไม่ การใช้ภาษา บุคคลที่มีความบกพร่องทางการได้ยินอาจจะมีปัญหาในการใช้ภาษา กล่าวคือ ใช้ภาษาค่อนข้างจํากัดและไม่ถูกหลักไวยากรณ์ภาษาไทย รู้คําศัพท์ต่าง ๆ ในวงจํากัด ไม่สามารถนําคําศัพท์ไปใช้ในประโยคได้อย่างหลากหลาย มีการสลับคําศัพท์ในประโยคหรือข้อความที่ส่งผลให้การเขียนบกพร่องด้วย เช่น  “เหตุหมาย” หรือ “กระเพาะ” เป็น “กระเฉพาะ” ความสามารถทางสติปัญญา ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน อาจคิดว่าเด็กประเภทนี้เป็นเด็กที่มีสติปัญญาต่ำ ความจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น หากเราสามาถสื่อสารกับเด็กเหล่านี้ได้อย่างเป็นอย่างดีแล้ว อาจเห็นว่าเขาเป็นคนฉลาดก็ได้ ความจริงแล้วระดับสติปัญญาของเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน จากรายงานเป็นจำนวนมากพบว่า มีการกระจายคล้ายเด็กปกติ บางคนอาจโง่ บางคนอาจฉลาด บางคนฉลาดถึงขั้นอัจฉริยะก็มี จึงสรุปได้ว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินไม่ใช้เด็กโง่ทุกคน การปรับตัว […]

อ่านเพิ่มเติม