การสอนแบบมีโครงสร้างที่ชัดเจน (Structured Teaching)

20150824_1129523

การสอนแบบมีโครงสร้างที่ชัดเจน (Structured Teaching) การสอนแบบมีโครงสร้างที่ชัดเจน (Structured Teaching) เป็นกระบวนการสอนที่สำคัญของโปรแกรมทีช (TEACCH : Treatment and Education of  Autistic and related Communication handicapped CHildren) ที่พัฒนาโดย Dr.Gary B. Mesibov , Dr.Victoria Shea และ Dr.Eric Schopler แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีหลักการสำคัญคือ มุ่งเน้นช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาการของเด็กออทิสติกให้ประสบความสำเร็จเต็มตามศักยภาพสูงสุด โดยใช้จุดเด่นและลักษณะพื้นฐานของเด็กออทิสติกมาส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้  ซึ่งการสอนแบบมีโครงสร้างที่ชัดเจนมีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 6 ประการ คือ 1. การจัดการสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (Organization of the Physical Environment) การจัดการสภาพแวดล้อมทางกายภาพ โครงสร้างทางกายภาพและการจัดการสภาพแวดล้อมทุกอย่างจะช่วยให้เด็กออทิสติกมีสมาธิ มีความสนใจใฝ่รู้ และจัดการตนเองได้ดีขึ้น ทั้งนี้ ความเหมาะสมของการจัดการสภาพแวดล้อมทางกายภาพต่างๆ จะขึ้นอยู่กับลักษณะเฉพาะของเด็กออทิสติกแต่ละคนที่มีลักษณะไม่เหมือนกัน การพัฒนาสภาพแวดล้อมในห้องเรียน ควรจัดการปรับห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนที่มีชีวิต มีความเหมาะสมกับเด็กออทิสติก ห้องเรียนที่มีความกว้างขวางเกินไป […]

อ่านเพิ่มเติม


ระบบการสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนรูปภาพหรือเพ็คส์ (PECS)

PECS

ระบบการสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนรูปภาพหรือเพ็คส์ (PECS) ระบบการสื่อสารด้วยการแลกเปลี่ยนรูปภาพ หรือ เพ็คส์ : PECS ย่อมาจาก Picture Exchange Communication System พัฒนาขึ้นโดย  ดร.บอนดี้ และ ดร.ฟรอส แห่งรัฐเดลลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการสอนการสื่อสารให้แก่เด็กออทิสติกโดยใช้รูปภาพเป็นสัญลักษณ์ในการสื่อความหมาย  โดยในการสื่อสารนั้นจะเริ่มการฝึกจากการแลกเปลี่ยนรูปภาพระหว่างคู่สนทนา 2 คน โดยไม่มีการพูดคุย ถัดจากนั้นคู่สนทนาจะเริ่มพูดคุยกับเด็กทีละน้อย  ในตอนแรกเด็กอาจยังไม่ตอบสนองเท่าที่ควร แต่ต่อมาเด็กจะเริ่มเรียนรู้ โต้ตอบและเริ่มสื่อสารโดยใช้รูปภาพ โดยใช้ภาษาท่าทางและใช้ภาษาพูดในที่สุด   จุดมุ่งหมายของเพ็คส์ (PECS) เพื่อใช้สอนการสื่อสารระหว่างเด็กออทิสติกกับผู้ปกครอง ครูหรือผู้อื่น โดยใช้รูปภาพเป็นสัญลักษณ์ต่างๆ โดยเน้นให้เด็กสามารถสื่อสารกับผู้อื่นในชีวิตประจำวันได้  นอกจากใช้กับเด็กออทิสติกแล้ว  วิธีนี้อาจนำมาใช้กับเด็กอื่นที่มีความบกพร่องทางการสื่อสารได้ด้วย จุดมุ่งหมายที่สำคัญของเพ็คส์อีกอย่างหนึ่งก็คือ การสอนให้เด็กเป็นผู้เริ่มต้นการสื่อสารกับผู้อื่น เมื่อเด็กเข้าใจกระบวนการสื่อสารและสามารถสื่อสารกับผู้อื่นด้วยรูปภาพได้แล้ว จุดมุ่งหมายขั้นต่อไปคือการสอนให้เด็กสามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้ด้วยการพูด โดยคำนึงถึงศักยภาพที่เป็นไปได้   ประโยชน์ของเพ็คส์ (PECS)         วิธีสอนแบบนี้ เป็นการแลกเปลี่ยนรูปภาพซึ่งกันและกันระหว่างผู้สอนและเด็กออทิสติก  วิธีสอนนี้มีจุดเด่นที่สำคัญ คือ 1) เพ็คส์ (PECS) สอนให้เด็กสามารถแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบได้ทันทีทันใด 2) […]

อ่านเพิ่มเติม


กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)

visualstrategies

กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies)              กลวิธีการรับรู้ผ่านการมอง (Visual Strategies) เป็นเครื่องมือช่วยในการสื่อสารสำหรับเด็กที่มีปัญหา  ด้านการสื่อสาร หรือที่เรียกว่า “ความล้มเหลวของการสื่อสาร (communication breakdowns)” ซึ่งความล้มเหลวนี้จะก่อให้เกิดปัญหาการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ปัญหาการศึกษาและปัญหาพฤติกรรมตามมา เครื่องมือนี้จะช่วยพัฒนาความเข้าใจและการแสดงออกในการสื่อสาร ช่วยสร้างวิธีการคิดการจำข้อมูลอย่างเป็นระบบลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อันเนื่องมาจากเด็กพิการจะสามารถเรียนรู้และเข้าใจจากสิ่งที่เห็นได้มากกว่าสิ่งที่ได้ยิน ภาพหรือสัญลักษณ์ที่เด็กเห็นจะทำให้เด็กสามารถจดจำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการได้ยิน  (อลิสา สุวรรณรัตน์ ,  ๒๕๕๖)  สำหรับเด็กออทิสติกนั้น จะช่วยในเรื่องของการสื่อสารระหว่างเด็กออทิสติกกับคนในครอบครัว บอกความต้องการและรับรู้สิ่งที่คนอื่นต้องการสื่อสารช่วยลดความคับข้อใจและลดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาที่มาจากความยากลำบากในการสื่อสาร อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมการสื่อสารที่เหมาะสมด้วย และลดความกังวลเมื่อเจอกับการเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรประจำวันหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย ช่วยทำให้เด็กออทิสติกสามารถจดจ่อกับรายละเอียดที่สำคัญและช่วยให้ผ่านพ้นกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ (Whitney Loring,  ๒๐๑๗) โดยรูปแบบของ กลวิธีการรับรู้ผ่านการมองนั้น จะใช้สิ่งของที่เป็นสิ่งของ รูปภาพ สัญลักษณ์ นำมาจัดทำเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้เด็กออทิสติกสามารถที่จะมองเห็นและปฏิบัติตามอย่างเป็นระบบ หรือแสดงให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลง (สมพร  หวานเสร็จ,  ๒๕๕๒ ; อลิษา  สุวรรณรัตน์,  ๒๕๕๖) โดยมีรายละเอียดคือ ๑. ตารางเวลาและกิจกรรม  (Schedule) ตารางเวลาและกิจกรรม เป็นการแสดงข้อมูลในตารางด้วยภาพหรือตัวอักษร […]

อ่านเพิ่มเติม


แนวทางการดูแลและสอนเด็กออทิสติกเบื้องต้น

takingcareandteaching2

  แนวทางการดูแลและสอนเด็กออทิสติกเบื้องต้น เด็กออทิสติกจะมีโลกส่วนตัวมักอยู่กับตัวเองเป็นโลกของตัวเอง และมีการตอบสนองได้ดีต่อสิ่งที่มีโครงสร้างที่เป็นระบบ ระเบียบ มีความสม่ำเสมอ การจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กออทิสติกควรเป็นกลุ่มเล็กๆ ส่วนเด็กทีมีอาการรุนแรงควรมีอัตราส่วนการดูแลครูต่อเด็กเป็น 1:1 โดยการฝึกหรือการดูแลเด็กเล็กๆควรนำเด็กออกจากโลกของตนเองสู่สังคมเล็กๆที่เป็นกลุ่มคนใกล้ชิด พ่อแม่ หรือผู้ดูแล และครูผู้สอน โดยการให้การช่วยเหลือเบื้องต้นควรมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้เลี้ยงดู โดยใช้วิธีที่หลากหลายเพื่อดึงเด็กเข้ามาหาเราและกระตุ้นการตอบสนองทางบวกของเด็ก วิธีการฝึกเบื้องต้นในคู่มือฝึกและดูแลเด็กออทิสติกสำหรับผู้ปกครอง ของโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์  และการจัดกิจกรรมเพื่อให้เด็กมีการตื่นตัว หรือสงบลง มีดังนี้ การกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อให้เด็กมีการตอบสนองต่อการกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 โดยใช้การฝึกอย่างต่อเนื่องจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก ขั้นตอนการจัดกิจกรรมต้องมีการคัดกรอง ประเมินเด็ก ดังนี้  ครูคัดกรองเด็กโดยใช้แบบคัดกรองคนพิการทางการศึกษาก่อนว่าเมื่อพบว่ามีแนวโน้มเป็นกลุ่มออทิสติกส่งให้แพทย์วินิจฉัย หากมีการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกหรือมีความบกพร่องด้านการรับความรู้สึกส่งบำบัดรักษาโดยนักกิจกรรมบำบัดซึ่งจะมีแบบประเมินของนักกิจกรรมบำบัด แบบประเมินความบกพร่องด้านการบูรณาการประสาทรับความรู้สึก หรือ แบบเก็บข้อมูลพื้นฐานและประวัติการประกอบกิจกรรม ซึ่งผู้ให้ข้อมูลคือผู้ปกครองของเด็กหรือผู้เลี้ยงดูใกล้ชิด การเก็บข้อมูลจำเป็นต้องมีการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งทั้งจากตัวเด็กเอง สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู เป็นต้น และเมื่อพบว่าเด็กมีความบกพร่องด้านใด นักกิจกรรมบำบัดและครูร่วมกันออกแบบจัดกิจกรรมเพื่อบำบัดรักษา ปัญหาของการบูรณาการการรับความรู้สึกแบ่งประเภทของคนที่แสดงพฤติกรรมการรับความรู้สึกบกพร่องให้เห็น คือ 1) กระบวนการรับความรู้สึกน้อยกว่าปกติ 2) กระบวนการรับความรู้สึกมาก กว่าปกติ และกระบวนการรับความรูสึกที่ครอบคลุมทั้งข้อ1 และข้อ 2 (ปนัดดา วงศ์จันตา, 2551) แนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบูรณาการประสาทความรู้สึกในเด็กออทิสติก […]

อ่านเพิ่มเติม