การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม

 การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเห็นในชั้นเรียนเรียนร่วม การช่วยเหลือในชั้นเรียนจะมีความหลากหลาย และควรเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการจำเป็นเฉพาะของนักเรียน อย่างไรก็ตาม ยังคงมีแนวทางในการจัด หรือปรับการช่วยเหลือในชั้นเรียนที่เคยปฏิบัติแล้วและได้ผลดี สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง คือ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นอาจมีความยากลำบากในการที่จะเป็นผู้ที่พึ่งพาตนเองอย่างเต็มที่ ทั้งๆ ที่พวกเขาสามารถทำได้ ดังนั้นครูควรส่งเสริม หรือกระตุ้นให้นักเรียนพึ่งพาตนเองให้บ่อยและมากที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดกับการเรียนรู้ที่จะไม่ช่วยเหลือตนเอง (Learned Helplessness) โดยครูใช้การกระตุ้นให้นักเรียนเดินไปยังพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องเรียนด้วยตนเอง และกระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดระเบียบของห้องเรียน และให้สมาชิกทุกคนในห้องเรียนช่วยกันจัดและรักษาตำแหน่งของโต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ต่างๆ ในห้องเรียนให้อยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา ต้องคอยดูให้ประตูเก็บของปิดอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนเก้าอี้เข้าไปอยู่ในโต๊ะถ้าไม่ได้ใช้ ไม่เปิดประตูค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นสามารถเดินไปยังที่ต่างๆ ของห้องเรียนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ ครูจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากครูผู้สอนการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility) ในการจัดชั้นเรียนที่ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และช่วยให้นักเรียนคุ้นเคยกับห้องเรียน ส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นพึงพาตนเองได้ คือ การเรียนรู้ว่าเมื่อไรควรที่จะขอความช่วยเหลือ ในด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เป็นไปไม่ได้ที่กิจกรรมการเรียนรู้ทุกกิจกรรมที่ครูออกแบบมาจะมีความเหมาะสมกับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกเสริมให้ กุญแจความสำเร็จ คือ การออกแบบแผนการเรียนรู้ต้องช่วยให้นักเรียนมีโอกาสลงมือทำได้อย่างอิสระอย่างเต็มที่ การปรับสภาพแวดล้อมห้องเรียน เพื่อให้เป็นห้องเรียนที่เอื้อต่อนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก สิ่งหนึ่งที่ครูสามารถทำได้ คือ ต้องทราบระดับการเห็นของนักเรียน นักเรียนทำงาน หรือมีรูปแบบเรียนรู้อย่างไร ตัวอย่าง […]

อ่านเพิ่มเติม


หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

หลักสูตรเพิ่มเติมสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น เป็นหลักสูตรที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมีความจำเป็นต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากหลักสูตรทั่วไปเนื่องจากความต้องการจำเป็นเฉพาะความพิการของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นโดยจะใช้เป็นกรอบในการประเมินนักเรียน การวางแผนเป้าหมายแต่ละบุคคลและการจัดการศึกษาให้เหมาะสม ซึ่งประกอบด้วย 9 ทักษะพิเศษ ดังต่อไปนี้ ทักษะวิชาการที่สามารถนำไปใช้ได้และเกิดประโยชน์จริงรวมถึงการสื่อสาร ข้อสังเกต: หลักสูตรเพิ่มเติมในข้อนี้สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ความแตกต่างอยู่ที่ทักษะที่เป็นประโยชน์และทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ทักษะที่เป็นประโยชน์เป็นทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นสำหรับการเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง โดยปกติแล้ว ทักษะที่เป็นประโยชน์เหล่านี้จะหมายถึงทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้เพื่อเข้าถึงการเรียนรู้ให้ได้เท่าเทียมกับนักเรียนทั่วไป ส่วนทักษะที่นำไปใช้ได้จริงจะหมายถึงทักษะที่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นใช้ในการเรียนรู้ ทำงาน เล่น เข้าสังคมและดูแลตนเองได้อย่างเต็มศักยภาพสูงสุด ทักษะวิชาการที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริง ประกอบด้วย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในลักษณะการพัฒนาแนวคิด ความเข้าใจพิเศษ ทักษะการจัดการและการเรียน ทักษะการพูดและการฟังและทักษะการประยุกต์ใช้การเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง ความจำเป็นในการสื่อสารของนักเรียนแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับระดับการเห็น ผลจากความพิการอื่นๆและกิจกรรมที่ต้องทำ นักเรียนอาจจะต้องใช้อักษรเบรลล์ อักษรตัวขยาย อักษรตัวพิมพ์ปกติ สัญลักษณ์ภาพนูน ระบบปฏิทินกิจกรรม ภาษามือ และ/หรือ สื่อเสียงต่างๆเพื่อใช้ในการสื่อสาร  และความจำเป็นในการปรับตัวเพื่อการเข้าถึงหลักสูตรแกนกลาง นักเรียนแต่ละคนต้องการการเรียนการสอนจากครูที่มีการเตรียมความพร้อมอย่างมืออาชีพในการสอนนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นในทักษะทางวิชาการที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริง ครูจำเป็นต้องเข้าใจความต้องการจำเป็นเกี่ยวกับทักษะที่นำไปใช้ได้และเป็นประโยชน์จริงของนักเรียนว่าสำคัญและไม่มีอยู่ในหลักสูตรแกนกลาง 2.ทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว สำหรับหลักสูตรเพิ่มเติมด้านทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวเป็นทักษะที่จำเป็นในการเรียนรู้ ครูที่ได้รับการเตรียมเพื่อสอนทักษะการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับหลักสูตรนี้ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองและสภาพแวดล้อม โดยเริ่มจากการเรียนรู้ร่างกายของตนเองจนถึงการเดินทางอย่างอิสระทั้งในเมืองและในชนบท หลักสูตรแกนกลางที่มีอยู่ไม่ได้บรรจุการเรียนการสอนเรื่องนี้ไว้ ซึ่งกล่าวกันว่าผลกระทบเบื้องต้นของความบกพร่องทางการเห็นต่อบุคคลบุคคลหนึ่งคือการสื่อสาร หลักสูตรเพิ่มเติมต้องประกอบด้วยความจำเป็นพื้นฐานและสิทธิพื้นฐานของบุคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นในการเดินทางอย่างอิสระ เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมอย่างเต็มศักยภาพ ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยส่วนใหญ่ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของบุคคลทั่วไปจะเรียนรู้จากการสังเกตสภาพแวดล้อมและบุคคลอื่นและแสดงออกอย่างเหมาะสมจากข้อมูลที่ได้เรียนรู้นั้นๆ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นไม่สามารถเรียนรู้ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป การสอนทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจำเป็นต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังและสอนเป็นลำดับขั้นตอน ซึ่งหลักสูตรแกนกลางที่มีอยู่ไม่ได้กล่าวถึงความสำคัญของการสอนทักษะนี้เท่าที่ควร ทักษะการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมได้ถูกบรรจุในหลักสูตเพิ่มเติมตามความต้องการจำเป็นพื้นฐานเพื่อลดการแยกตัวออกจากสังคมและช่วยในการใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ ทักษะการดำรงชีวิตอิสระ […]

อ่านเพิ่มเติม


สาเหตุของความบกพร่องทางการเห็น

สาเหตุของความบกพร่องทางการเห็น ในระดับสากล พบว่า สาเหตุที่ทำให้บุคคลตาบอดมากที่สุด คือ ต้อกระจก ร้อยละ 50  ต้อหิน ร้อยละ 16 จอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (age-related macular degeneration, AMD) ร้อยละ 9 แผลเป็นที่กระจกตา ร้อยละ 10  และเบาหวาน ร้อยละ 6  โดยมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ จึงอาจจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและมีบริการสุขภาพดี ในกลุ่มนี้จะมีความชุกของคนตาบอด ร้อยละ 0.1-0.4 สาเหตุของตาบอดส่วนใหญ่เป็นจาก จอประสาทตาเสื่อมตามวัย (Age-related macular degeneration) ต้อหิน เบาหวานเข้าจอประสาทตา โรคที่เป็นแต่กำเนิดและโรคทางกรรมพันธุ์ ซึ่งโรคกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรายังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องการเกิดโรคได้ดีนัก สามารถป้องกันได้แค่ประมาณ  ร้อยละ 20 และมักจะเป็นกับส่วนหลังของลูกตา ซึ่งการรักษาค่อนข้างยุ่งยาก ประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและบริการสุขภาพไม่เพียงพอ จะมีความชุกของคนตาบอดถึง  ร้อยละ 0.5-1.5 สาเหตุส่วนใหญ่เป็นจาก โรคต้อกระจก ต้อหิน […]

อ่านเพิ่มเติม


คำจำกัดความของความบกพร่องทางการเห็น

คำจำกัดความของความบกพร่องทางการเห็น องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) ได้ให้คำจำกัดความของบุคคลตาบอดสนิทและบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น ไว้ดังนี้บุคคลตาบอดสนิท (Total Blindness) คือ บุคคลที่ไม่สามารถเห็นแสงในที่มืดได้ หรือไม่สามารถมองเห็น สำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็น(Visually Impaired) หรือบุคคลที่มีการเห็นเลือนราง(Low Vision) คือ บุคคลที่มีการสูญเสียการเห็นที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้แว่นมาตรฐาน หรือคอนแท็คเลนส์ ส่งผลให้ความสามารถในการใช้การเห็น หรือการปฏิบัติงานในทุกๆ ด้านลดลง  สำหรับคำจำกัดความบุคคลตาบอดตามกฎหมาย (บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเห็นระดับรุนแรง) หมายถึงบุคคลที่มีสายตาข้างที่ดีกว่าภายหลังจากการได้รับการแก้ไขแล้วมีความคมชัดของการมองเห็นที่ระดับ 20/200 ฟุต และมีลานสายตาแคบกว่า 20 องศา โดยปกติการวัดสายตาจะใช้ Snellen chart ซึ่งมีตัวอักษรที่มีขนาดต่างๆปรากฏอยู่บน Snellen chart โดยใช้วัดสายตาทีละข้าง เพื่ออ่านตัวอักษรดังกล่าวจากระยะ 20 ฟุต บุคคลที่มีสายตาปกติจะสามารถอ่านตัวอักษรที่อยู่ในแถว 20 ฟุต (20 ft line) ในระยะ 20 ฟุตได้ (20/20 vision) หรือตัวอักษรที่อยู่ในแถว40 ฟุต (40 […]

อ่านเพิ่มเติม